S H A N G H A I โดดงานไป…เที่ยวเซี่ยงไฮ้สไตล์ยุโรป

#เที่ยวเซี่ยงไฮ้ใช้ตังค์ไม่เยอะแต่ได้ฟีลเหมือนไปยุโรป คือฟีลลิ่งเหมือนอยู่ในหนังเลยคุณ!
ไม่คิดว่าเซี่ยงไฮ้จะสวยขนาดนี้ เที่ยวง่าย ไม่แพงย่างที่คิด
แถมยังมีความอาร์ตผสมกับดีไซน์เก๋ๆ ทั่วเมืองไปหมด คาเฟ่น่ารักๆเพียบ ที่สำคัญอาหารอร่อยมาก
มีเวลาไม่มากก็เที่ยวได้ ตอบโจทย์คนโดดงาน…เอ๊ยวันลาน้อย 555
เพราะที่นี่เดินทางง่ายด้วยรถเมโทรไปไหนสะดวกมาก
รอบนี้เรามีเวลาเที่ยวสบายๆ 3 วันเต็มๆ
ก็จัดไปสิครับ ทั้งย่านช็อปปิ้ง ย่านถ่ายรูปศิลปะ และย่านอาร์ตๆ
มาทั้งทีรูปจะน้อยได้ไง คัดมาให้แล้ว ถ่ายรูปสวยปังทุกจุด

Day 1 1933 old millfun, Sharana Café & Bakery ,1930 Café
Day 2 West Bund Artistic Center ,Yuz museum
Day 3 The Bund ,Xintiandi

ซึ่งการเดินทางมาเซี่ยงไฮ้รอบนี้นั้น ผมเดินทางช่วงกลางคืนกับ Nokscoot
บินตรงจากดอนเมืองถึงสนามบินผู่ตง 5 ชั่วโมงถึง
ประหยัดวันลา เพราะนอนหลับสบายบนเครื่องได้เลย เพราะเป็นเครื่องโบอิ้ง 77-220
ที่นั่งแบบ 3-4-3 ลำใหญ่มาก พื้นที่กว้าง ไม่เมื่อยเลย มาถึงก็ใกล้จะเช้าพอดีเที่ยวต่อได้เลย
และขากลับถ้าใครลางานยาก เครื่องมาถึงดอนเมืองตอนเช้าพอดีเหมือนกัน ไปทำงานต่อได้เลย…555โคตรฟิต

ผมเดินทางช่วงกลางคืนทั้งขาไปและขากลับ ก็ทำให้เราประหยัดวันลา และได้ใช้เวลาแบบคุ้มค่ามากเพราะสามารถนอนไปบนเครื่องได้เลย ซึ่ง Nokscoot นั้นเป็นเครื่องโบอิ้ง 77-220 ลำใหญ่มาก
ที่นั่งแบบ 3-4-3 นั่งสบาย เหยียดขาได้ ไม่เมื่อยเลย ใช้เวลาบินตรงประมาณ 5 ชั่วโมงก็ถึงแล้วครับ
แถมราคาประหยัดด้วย อีกทั้งยังสามารถเลือกที่นั่งแบบ Scoot in Silence ได้ด้วย ซึ่งเป็นโซนที่เงียบ
เหมาะแก่การพักผ่อนยามเดินทางกลางคืนมากๆ เลย

ใครจะไปเซี่ยงไฮ้จองตั๋วได้เลยที่ https://www.nokscoot.com

นี่คือเครื่องบินแบบ Economy จริงๆใช่มั้ยเนี่ย…กว้างมาก แค่ทางเดินนะคตรับ ยังเดินสวนกันได้สบายๆเลย ที่นี่ก็เป็นแบบ 3-4-3 มีพื้นที่ด้านหน้านั่งสบาย เหยียดขาได้ไม่เมื่อยเลย
แถมแอร์โฮสเตทก็ดูแลดี ใจเย็นมาก เพราะมีผู้โดยสารชาวจีนเยอะพอสมควร แต่เค้าก็คุมอยู่นะ เป็นการเดินทางที่สบายๆ ไม่วุ่นวายอยบ่างที่คิดเลยครับ

ใส่ส่วนของเบาะที่นั่งนั้น...อยากจะบอกว่านั่งสบายมาก เพราะกว้าง นุ่ม และมีสเปซให้เราขยับตัวได้ แบบไม่ต้องกังวลว่าจะกระทบเบาะหลัง
เป็นเก้าอี้ดูดวิญญาณ นั่งยังไม่ถึง 15 นาทีเลย ไปเข้าเฝ้าพระอินทร์แล้วล่ะครับ
และพอดีว่าผมได้เลือกโซน Scoot in Silence ด้วยล่ะ เพราะฉะนั้นทุกอย่างในโซนนี้ก็จะเป็นไปด้วยความสงบ
ปราศจากความวุ่นวายและเสียงรบกวน การเดินทางไปเซี่ยงไฮ้จึงได้นอนหลับยาวๆ ไปจนถึงสนามบินผู่ตงที่เซี่ยงไฮ้โน่นเลยฮะ

ปล.ใครจะมาเซี่ยงไฮ้ ผมให้ข้อมูลเพิ่มเติมไว้ตามนี้นะฮะ

ก่อนเดินทาง

  • ไปจีนทำวีซ่าก่อนนะครับ แพลนเผื่อเวลาทำวีซ่าไปเลย 2 อาทิตย์ รายละเอียดการทำวีซ่า https://1th.me/6Sym
  • จีนใช้เงินหยวนนะครับ 1 หยวนประมาณเกือบ 5 บาทไทย
  • เตรียมซิมการ์ดให้พร้อมจากเมืองไทยไปสะดวกกว่า เพราะซิมที่จีนจะบล็อก facebook line ig
  • คนจีนไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษนะครับ เพราะฉะนั้นการสื่อสารคือภาษากายหรือรูปภาพ หรือ google translate แนะนำให้ปริ้นหรือเซฟรูปสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปไว้ด้วย เพราะจะการมีภาพประกอบจะช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้น
  • เวลาที่จีนจะเร็วกว่าเมืองไทย 1ชั่วโมง
  • ดาวน์โหลดแอพ Metro China Subway ติดไว้เลยครับ เพราะการเดินทางในเซี่ยงไฮ้ผมใช้รถเมโทร (รถไฟใต้ดิน) เป็นหลักครับ

 

จากสนามบินผู่ตงเข้าเมือง  

มาเซี่ยงไฮ้ทั้งทีขอลองนั่งรถไฟความเร็วสูง (Maglev) เข้าเมืองหน่อยแล้วกัน ค่ารถไฟอยู่ที่ขาละ 50 หยวนครับ ถ้าซื้อขาไปและขากลับจะอยู่ที่ 80 หยวนครับ ใช้เวลา 8 นาทีจากสนามบินจะไปโผล่ที่สถานี  Longyang Rd. แล้วก็สามารถนั่งเมโทรไปต่อยังที่ต่างๆ ตามแพลนเราได้เลยครับ

แต่ถ้าใครไม่รีบและไม่อยากจ่ายแพง ก็สามารถนั่งเมโทรจากสนามบินเข้าเมืองได้เช่นกัน ซึ่งเมโทรก็จะไปจอดที่สถานี Longyang Rd.เช่นกัน แต่ค่าโดยสารจะถูกกว่ามาก แค่ 8 หยวน หรือราวๆ 40 บาทเท่านั้น แต่เวลาในการเดินทางนั้นก็จะยืดไปถึงชั่วโมงกว่าๆนะครับ
ซึ่งขากลับผมนั่งเมโทรมาสนามบินก็ประหยัดและสะดวกดีนะ

การเดินทางที่นี่จะมีทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ และเมโทรนะครับ แต่การเดินทางด้วยเมโทรนี่จะง่ายที่สุด เพราะมีภาษาอังกฤษกำกับภาษาจีนตลอดทุกเส้นสถานีที่เราจะไป ส่วนถ้าไปแท็กซี่หรือรถเมล์ก็อาจจะสื่อสารยากสักหน่อย ซึ่งเมโทรบ้านเค้านี่เรียกได้ว่าครอบคลุมทั่วเซี่ยงไฮ้นะครับ ไปไหนมาไหนสะดวกมากเลย ค่าโดยสารก็ถูกมาเช่นกัน 3-6 หยวนเอง

ที่พัก
ผมเลือกพักที่ Hanting Hotel Shanghai Hongkou Football Stadium ราคาห้องอยู่ที่ประมาณพันต้นๆ ช่วงผมไปอยู่ที่ประมาณ 1200 บาท
ห้องใช้ได้อยู่นะ สะอาด แต่อาจจะเล็กหน่อย ใกล้กับเมโทร เดินทางสะดวก และยังใกล้ห้าง หาของกินง่าย ฝั่งตรงข้ามมีร้านสะดวกซื้อด้วย
หิวตอนไหนก็เดินมาซื้ออะไรกินได้เลย สะดวกสุด  พิกัด ลงสถานีรถไฟใต้ดิน Hongkou Football Stadium ทางออก 3

DAY 1 เที่ยวคาเฟ่ ตึกเก่า ทั้งอาร์ตทั้งฮิป
เรามาถึงเซี่ยงไฮ้ก็ใกล้เช้าพอดี นั่งรถไฟความเร็วสูงเข้าเมือง ฝากกระเป๋าที่ที่พัก แล้วเที่ยวต่อกันเลย
วันแรกนั้นเรามีแพลนจะไปเที่ยวตึก 1933 Millfun และคาเฟ่ในย่านนั้น ซึ่งพอมาถึงย่านนี้ก็ตื่นตาตื่นใจนะ เพราะระหว่างทางที่เราเดินผ่านนั้น มีคาเฟ่น่ารักอยู่หลายร้าน แต่ไม่ได้เข้าทุกร้านนะครับ เอาแค่บางร้านนี่รู้สึกชอบ และผมเชื่อว่าลูกเพจที่น่ารักก็คงชอบสไตลบ์ประมาณนี้เช่นกัน คาเฟ่แรกที่เราไปคือ 1930 Cafe สังเกตตึกสีน้ำตาลที่มีดีไซน์สีแดงนี่แหละ ที่บ่งบอกว่าเรามาถึงแล้ว เพราะจุดนี้จะเดินจากรถไฟฟ้าใต้ดินมาเกือบๆ 200 เมตรครับ 

เอาเข้าจริงๆ ตั้งใจมาไม่กี่ที่แต่ก็จะใช้เวลาไปกับระหว่างทางพอสมควร เข้าใจเลยที่เค้าบอกว่า
ระหว่างทางก็สำคัญไม่แพ้จุดหมายปลายทาง เพราะระหว่างทางมันสวยเหมือนกันนี่นา 555
อย่างตรงจุดนี้คือถนน Ha,erbin Rd. ตรงนี้มีบ้านเรือนเก่า ตึกเก่า และคาเฟ่หลายร้านเลยนะ เดินถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยมันก็เพลินดี

1930 café
มาถึงแล้ว …คาเฟ่เก๋ๆ ดูโมเดิร์น ถ่ายรูปสวยอีกหนึ่งแห่ง
ร้านไม่ใหญ่ แต่ดีไซน์น่ารัก ช่วงที่เราไปคนน้อยมาก
จนสามารถเดินเล่นถ่ายภาพได้หลายมุมทั่วร้าน
ที่นี่เค้าไม่พูดภาษาอังกฤษก็จริงนะ แต่ร้านกาแฟที่เจอมาส่วนมากจะมีเมนูภาอังกฤษให้นะ 
และร้านนี้ที่ชอบคือเจ้าของร้านไนซ์มากครับ
คือพอเห็นเราชอบถ่ายรูป เค้าก็พยามช่วยเราจัดมุม
และพยายามถามถึงรสชาติกาแฟว่าเป็นไงบ้าง (เราเดาจากภาษากายและการพยายามถามสั้นว่าok มั้ย 555)
กาแฟก็โอเคนะสำหรับผม ใช้ได้ทีเดียว
การเดินทาง
– ลง Metro Line 4 : Hailun Road ทางออก 2
พิกัด ตรงข้ามตึก 1933 Old Millfun

ข้างนอกดูเก๋แต่ข้างไหนแอบหวาน กับดีไซน์แบบผู้หญิงๆ มู้ดโทนแดงๆชมพูๆ ดูโมเดิร์น สบายตา
ที่นั่งมีหลากหลายแบบ แต่ละแบบเหมือนจัดไว้ให้ถ่ายรูป ด้วยความที่ร้านคนไม่เยอะ ก็สนุกดล่ะครับ
ย้ายจุดที่นั่งไปเรื่อยๆ จนครบทุกมุมในร้านเลยละมั้ง555

มุมนี้ก็เก๋ดี ข้างหลังเป็นภาพวาดนะครับ แต่พออยู่รวมกันแบบนี้ก็ดูร่มรื่นดี ชิลล์ๆ ฟีลเหมือนนั่นในสวน จิบกาแฟ อ่านหนังสือ อะไรประมาณนั้น

ถ้าเดินผ่านประตูกระจกอีกด้านหนึ่งของร้าน เราจะเจอบันไดสีแดงนี้ครับ สวยดี ถ่ายรูปออกมาเก๋มาก
ใครที่ชอบถ่ายรูปแล้วแบบดูมีดีไซน์ก็แนะนำมุมนี้นะ เท่าที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนของออฟฟิศนะครับ
ก็มีคนทำงานเดินไปเดินมา แต่ไม่วุ่นวายมาก มีจังหวะให้ถ่ายรูปสวยๆเล่นได้

เดินเลยร้านมานิดหน่อยก็จะเจออะไรแบบนี้ รู้สึกจะเป็นด้านข้างของผับหรือร้านอาหาร เป็นจุดที่เดินผ่าน แล้วชอบดีไซน์มาก
เลยขอถ่ายเก็บไว้สักหน่อย ตรงจุดนี้จะเป็นทางเดินเลียบริมน้ำครับ ซึ่งช่วงที่ผมไปอากหาศจะกำลังดี ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไปครับ
ก็เลยจะเดินเล่นได้ยาวๆกันไ

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของระหว่างทางอีกเช่นกันครับ
มุมเขียวๆร่มรื่นตรงจุดนี้ เต็มไปด้วยต้นไม้ และไม้เลื่อยขึ้นเขียวเต็มตึก ดูสวยงาม และร่มรื่น เหมือนอยู่ในสวนครับ
เป็นมุมนึงของตึก Penninsular Bay ที่อยู่ไม่ไกลจากร้าน 1930 Cafe นั่นละครับ

Sharana Café & Bakery
เดินต่อมาเรื่อยๆ ผมก็เจอคาเฟ่ที่น่ารักอีกแห่งนึง
เป็นคาเฟ่เล็กๆ ตกแต่งสไตล์วินเทจ
ความสะดุดตาของที่นี่ก็เจ้าแมวกวักที่ซุกตัวอยู่ในกล่องหน้าร้านนี่แหละครับ
ทำให้เราต้องเดินเข้าไป และพบว่าที่นี่คือคาเฟ่ที่น่ารักมากจุดนึงเลย 
ของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่มีสไตล์ ทำให้ร้านนี้มีน่ารัก วินเทจ และดูอบอุ่นด้วยบรรยากาศ
ที่สำคัญเจ้าแมวเหมียวหน้าร้านนี่เล่นได้นะครับ เค้าไม่ดุ แต่ดูอารมณ์ด้วย
ถ้าง่วงๆอยู่ก็มีตะปบเหมือนกัน 555
แถวนี้มีร้านกาแฟอยู่หลายร้านนะครับ เลือกชิมเลือกถ่ายรูปเอาตามใจชอบเลย
ตึกแถวนี้ก็สวยนะ เดินถ่ายรูปได้เพลินเลยล่ะ
การเดินทาง
– ลง Metro Line 4 : Hailun Road ทางออก 2
พิกัด https://goo.gl/maps/F5EoK3kti1Tb7vzp8

จริงๆคิดว่าพี่แกคงเคลิ้มๆอยู่นะครับ ถ่ายมากี่รูปพี่เค้าก็ทำหน้าแบบนี้ล่ะ แต่จับได้นะ ลูบหัวเล่นได้
พี่เค้าเป็นแมวของร้าน อาหาร ของเล่น เสื้อผ้า ของพี่เค้าก็อยู่แถวๆประตูหน้าร้านนี่แหละ รู้เลยว่าใครคุมร้านนี้ 555

นี่บรรยากาศด้านในของร้านครับ ร้านเล็กๆ โล่งๆ มีโต๊ะไม่เยอะ แต่ได้ฟีลเหมือนมานั่งคุยบ้า่นเพื่อน ตกแต่งสไตล์วินเทจ หวานๆแต่คลาสสิค ใครมาย่านนี้ ก็แวะมาชิมกาแฟ เล่นกับน้องเหมียวได้นะครับรับรองติดใจ 555

และที่หมายต่อไปถัดจากการเดินเตร็ดเตร่ชื่อนชมคาเฟ่ ก็คือ 1933 Old Millfun นั่นเอง
เนี่ยแค่เดินข้ามสะพานไปก็จะถึงแล้ว อยู่ใกล้กันนิดเดียว แต่จะว่าไปมองจากฝั่งตรงข้ามนี่ก็ดูอลังดีนะ นี่เที่ยวเซี่ยงไฮ้จริงๆใช่ป่ะ ฟีลเหมือนยูโรปเลนย ตึกสูง ดีไซน์สวย ลืมบรรยากาศแบบจีนๆที่คุ้นตาไปเลย

1933 Old Millfun
นี่คือตึกเก่า ที่เคยเป็นโรงฆ่าสัตว์ ที่ดีไซน์แปลกตาและมีความอาร์ตมาก
แม้จะมีความเก่า แต่ผมว่ามันอาร์ตและคลาสสิคมาก ชนิดที่ว่าใครมาที่นี่ต้องถ่ายรูปทั้งนั้น
โดยเฉพาะมุมบันได ที่มีหลายบันไดให้เลือก
มันไม่ได้ฟีลสวยเวอร์วัง แต่ได้ความแปลกตา และดูลึกลับนิดๆ 
ที่นี่มีหลายๆอย่างอยู่รวมกันนะ ส่วนมากเท่าที่เห็นจะเป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ เวิร์กกิ้งสเปซ ออฟฟิศ
ส่วนผมแค่เดินเก็บภาพมุมต่างๆก็ใช้เวลาพอสมควรเลย
ใครที่อยากได้จุดถ่ายรูปเฟี้ยวๆ ก็ลองมาที่นี่ดูครับ

การเดินทาง
– Metro Line 4 : Hailun Road ทางออก 2
พิกัด https://goo.gl/maps/CpVXFg7JzDHBP5Lh6

บรรยากาศด้านในตึกครับ ตึกเก่านะ แต่ดูอาร์ตและคลาสสิคมาก ด้วยดีไซน์ที่เป็นทางเดินเชื่อมต่อกัน ยิ่งถ้ามองมุมท็อปลงมานะ มันจะได้ฟีลที่แปลกตามากๆ
ผมนี่เดินถ่ายตั้งแต่ชั้นแรกไปจนชั้นบนสุด ก็ได้ภาพหลายมุมมองดีครับ ตึกตึกเดียว แต่มีลูกเล่นเยอะดี

นี่ก็เป็นอีกมุมของตึกครับ มองดูจากภาพอาจจะคิดว่าที่นี่มันดูลึกลับ เปลี่ยวๆ มีคนมาหรือเปล่า น่ากลัวมั้ย
จะบอกว่าที่นี่จริงๆคนคึกคักนะครับ เพราะมีร้านและออฟฟิศอยู่ด้วย วันผมไปนี่คนเพียบทีเดียว
หลบมุมกันสุดฤทธิ์ เพราะส่วนมากคนมาที่นี่ก็มีทั้งนักท่องเที่ยว และคนทำงาน หรือแม้แต่คนจีนเอง ผสมกันไปหมด ไม่น่ากลัวเลยสักนิด 555

Day 2
มาเซี่ยงไฮ้ทั้งที ก็ไปดูอะไรอาร์ตๆกันหน่อย เพราะตอนนรี้ต้องยอมรับว่าเรื่องการดีไซน์หลายๆอย่างนั้น
จีนโดดเด่นไม่แพ้ชาติใดในโลก พอได้มาเห็นมิวเซียม เห็นอาร์ตแกลอรี่ก็ยอมรับตามนั้นจริงๆ ว่าดีไซน์ของเค้าก็ไม้แพ้ใคร มันอาร์ต ชิค และมีลูกเล่นที่น่าสนใจ ออกจะเสียดายอยู่นิดหน่อย ที่บังเอิญวันที่เราไปนั้น YUZ Museum ปิด ไม่งั้นเราคงได้ชมอะไรๆอาร์ตๆเพียบกว่านี้ 555

Yuz museum
ตั้งใจมาดูนิทรรศการกลางสายฝนที่ไม่เปียก  แต่มันพีคตรงที่มาวันที่มิวเซียมปิดนี่แหละ 555อดจ้ะ
แต่ไม่เป็นไรด้านในมิวเซียมมีคาเฟ่นะ  ไหนๆมาแล้วแวะคาเฟ่แทนแล้วกัน 
ดีไซน์ด้านในก็เก๋ดีนะ แล้วก็มีพวกของกระจุกกระจิกขายด้วย  ดูดีมีดีไซน์สมกับเป็นย่านอาร์ตๆจริงๆ
การเดินทาง Metro Line 11- Yunjin Road
พิกัด https://goo.gl/maps/Tmnib8Te4s5ucJ1E

มิวเซียมปิด แต่คาเฟ่เปิด ไหนๆมาแล้วชมแค่รอบๆก็ได้ 555 ข้างในมิวเซียมนี้เค้าดีไซน์ไว้เป็นรูปเรือลำใหญ่เลยนะครับ อารมณ์ประมาณเข้ามาในพิพิธภัณฑ์แล้วเหมือนขึ้นเรือ ซึ่งผมเองก็ได้แต่เดินดูรอบจากโซนคาเฟ่ที่เปิดอยู่ครับ เดี๋ยวมีโอกาสจะกลับมาเซี่ยงไฮ้อีกรอบ รอบหน้าจะไม่พลาดเลย

West Bund Artistic Center
ใครที่ชอบงานอาร์ต ชอบตึกสวยๆดีไซน์เก๋ๆ อาร์ตแกลอรี่  ต้องมาย่านนี้ครับ จริงๆตั้งใจจะมาแค่มิวเซียม แต่ทำไปทำมาเดินเล่นเรื่อยๆ
ก็เจออะไรเจ๋งๆเยอะเหมือนกันแฮะ  อย่างที่นี่เราเดินเข้ามา ก็พบว่ามันมีจุดน่าถ่ายรูปเยอะไปหมด มีงานดีไซน์เก๋ๆ สายอาร์ตชอบแน่นอน
หรือถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปแบลคกราวนด์แปลกตาก็มาแถวๆ ย่านนี้ครับ เดินเล่นกันเพลินเลยล่ะ มีคาเฟ่ด้วยนะ

การเดินทาง Metro Line 11- Yunjin Road
พิกัด https://goo.gl/maps/YdAVr7Wf9hp4aBZb8

แค่ดีไซน์ตึกก็มีลูกเล่น ดูมีมิติแล้วใช่มั้ยครับ คือมาที่นี่สำหรับคนที่ชอบงานอาร์ต งานดีไซน์ งานออกแบบนี่ มันเจ๋งดีนะ
โุแล้วได้ไอเดีย แรงบันดาลใจดี ยิ่งสายอาร์ต ไม่ควรพลาดเลยนะ มีอะไรให้ดูให้ชมเยอะมาก อ้อ…คนที่ชอบถ่ายรูปก็ไม่ควรพลาดด้วยเช่นกัน มุมถ่ายรูปเยอะ

 

Day3 วันสุดท้ายในเซี่ยงไฮ้
จะรออะไรล่ะครับย่านนี้ต้องมา The Bund จริงๆ เรามาช่วงกลางคืนหลังกลับจากเดินเล่นมิวเซียม แต่เรากลับมาซ้ำอีก เพราะอยากชมบรรยากาศช่วงกลางวัน ซึ่งมันก็สวยงามอลังการมากเลยนะ แล้วก็ตั้งใจจะเดินช็อป เดินชิมด้วย เพราะของอร่อยเยอะไปหมดจริง
จากนั้นเราก็ไปเดินชิคๆถ่ายรูปเล่นต่อที่ย่าน Xintiandi ย่านที่มีทั้งความชิค ความเก๋ และที่สวยๆให้ถ่ายรูปเพียบๆ

 

The Bund
ถ้ามาเซี่ยงไฮ้ คงพลาดที่นี่ไม่ได้
เพราะที่นี่น่าจะเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง ทั้งแหล่งช็อป ของกิน ของใช้ ที่พัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสวยงามของตึก
เพราะบริเวณนี้เป็นทางเดินเลียบแม่น้ำที่เต็มไปด้วยตึกทรงยุโรปเก่าๆขนาดใหญ่ 
ฟีลจะเหมือนเดินเล่นชิคๆ อยู่ยุโรปประมาณนั้น  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยผู้คนตลอดทุกช่วงเวลา
สำหรับผมได้แวะมาที่The Bund ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน
เพราะมีความสวยคนละแบบ กลางวันจะได้ฟีลคลาสสิค
ส่วนกลางคืนก็จะมีแสงสีที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก  เป็นภาพและเป็นที่ที่ถ้ามาเซี่ยงไฮ้เราพลาดไม่ได้จริงๆ
การเดินทาง
– Metro Line 10 : Nanjing east road ทางออก 7
พิกัด https://goo.gl/maps/q7zi7mwLyTRMwUcR6

ความงดงามของเดอะบันด์ และบรรยากาศริมน้ำ ที่อยู่ขนานกัน ทำให้มันชิลล์มากที่จะเดินเล่น ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ดูผู้คน เดินชิมของอร่อย ตึกย่านนี้สวยมากจริงๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน
และเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชนิดที่ทำเอาพื้นที่กว้างๆดูเล็กลงไปทันทีเหมือนกัน เพราะคนเยอะมาก

มองจากฝั่งเดอะบันด์ไปยังฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ก็จะเห็นหอไข่มุก รอบนี้เรายังไม่ได้แวะไป ไว้รอบหน้าคงไดเ้ลองไปเยือนหอไข่มุกดูสักครั้งนะ

ผู้คนขวักไขว่นักท่องเที่ยวเยอะกตลอดเวลา แต่สถานที่เค้ากว้าง เยอะยังไงก็เดินสบายๆอยู่ครับ

ถ่ายรูปกับถนนยังสวยเลย 555

นี่ละครับ เดอะบันด์ยามค่ำคืน ที่เต็มไปด้วยแสงสี ความคึกคักของผู้คน เป็นเดอะบันด์ที่ไม่หลับใหลเลยจริงๆ

เหมือนเดินอยู่ยุโรปจริงๆ ตึกทรงสูงๆ ดูโอ่อ่าเต็มไปหมด นี่อยู่จีนจริงๆใช่มะ

ร้านของกินเยอะมาก นี่แค่ส่วนหนึ่งนะ ส่วนเดียวจริงๆของย่านนี้

Xintiandi
ย่านนี้เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปแบบชิคๆ
ส่วนตัวผมว่าฟีลมันคล้ายๆปาลิโอบ้านเราแถวๆนั้น
คือมีคาเฟ่น่ารักๆ มีร้านเก๋ๆ และมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากจริงๆ
วัยรุ่น ฝรั่งรวมตัวกันอยู่แถวนี้เยอะเลย 
และของที่ขายในย่านนี้นอกจากคาเฟ่และร้านอาหารแล้วนะ
เป็นของที่แบบมีดีไซน์ทั้งเก๋ ทั้งน่ารัก อยากจะซื้อกลับบ้าน
ติดที่ว่าราคาแอบแรงเหมือนกันแต่ละอย่าง
ก็เลยได้แค่ดูแต่ตามืออย่าต้อง เงินจะเสีย 555
แต่เอาจริงๆมาย่านนี้แค่มาเดินเล่น เดินเที่ยว ถ่ายรูป ทานกาแฟ
โอ้ยคุ้มแล้ว ได้ภาพโปรไฟล์กลับมาเพียบ
สายแชะพลาดไม่ได้เลยนะ
การเดินทาง Metro Line 10หรือ 13 สถานี Xintiandi ทางออก 6
พิกัด https://goo.gl/maps/ZXFmogs9SUWhhy2e8

ย่านนี้เค้ามีทั้งร้านอาหารคาเฟ่ เยอะไปหมด ผมเคยสงสัยว่าทำไมแต่ละย่านที่ไปของเซี่ยงไฮ้เจอนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยจัง
พอมาที่นี่ได้คำตอบเลย เค้าเที่ยวกันอยู่แถวนี้ 555 ฝรั่งเยอะมาก มันก็จะเป็นบรรยากาศที่คึกครื้นไปอีกแบบ คราวนี้จะเหมือนอยู่ยุโรปจริงๆ เพราะมีฝรั่งเยอะ
คาเฟ่ย่านนี้ก็จะพอพูดคุยภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยครับ

เดินไปตรงไหนของย่านนี้ก็ถ่ายรูปเล่นได้หมดล่ะ ทุกคนที่เดินสวนกันนี่ก็ล้วนแต่มีกล้องถ่ายรูปเล่นกันทั้งนั้น 555

มุมถนนยังสวยอ่ะย่านนี้ รถไม่พลุกพล่าน เดินเที่ยวง่ายดี ตามกำแพง ตามตึก ถ่ายออกมาสวยหมดเลยครับ ใครชอบถ่ายรูปพลาดย่านนี้ไม่ได้จริงๆ

ตรอกซอกซอยก็ไม่เว้นนะ เดินเล่นถ่ายรุปได้ มันก็จะได้มุมที่หลากหลาย แล้วก็ได้ภาพที่ดูชิคๆไปอีกแบบ

เห็นมั้ยว่าถ่ายได้ทุกจุด กับท่อก็ไม่เว้น ถ้ามีดีไซน์ไปด้วยกันได้ก็ดีลล่ะครับ 555

เป็นทริปเซี่ยงไฮ้ 3 วันที่ประทับใจมาก เพราะเที่ยวแบบชิลล์ๆไม่เร่งรีบ สถานที่สวย บรรยากาศดี และผมเชื่อว่าใครมาเซี่ยงไฮ้ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน จริงๆเซี่ยงไฮ้ยังมีอะไรให้เที่ยวอีกเยอะนะ ถ้ามีโอกาสก็จะมาเรื่อยๆ เพราะการเดินทางไม่ใช่แค่เปิดโลก แต่มันคือการเปิดใจ ยอมรับอะไรใหม่ๆ และยอมรับในความต่างด้วย
และใครที่อยากมาและยังไม่เคยมาก็แนะนำว่ารีบหาเวลาโดดหรือลามาเลยนะ มาน้อยๆวันก่อนก็ได้ ค่าตั๋วเครื่องบินไม่แพงมากแล้ว เดินทางง่าย
จองตั๋วกับ Nokscoot ได้เลย บินตรงบินไว ประหยัดเวลา หลับสบายบนเครื่องได้เลย
แล้วเจอกันใหม่นะเซี่ยงไฮ้ …bye Bye

………………………………………………………………………………………………………………………………….

สรุปค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่าย (ไม่รวมตั๋ว) 3 วัน 2 คืน
ค่าวีซ่า 1650 บาท
ค่าที่พัก 2400 บาท
ค่าอาหารมื้อละ 400 บาท ประมาณ 8 มื้อ (บางคนอาจะถูกกว่านี้นะ)
ค่าเดินทาง
รถmaglev เข้าเมือง คนละ50 หยวน หรือราวๆ 250 บาท
ไม่ต้องสงสัยขากลับเรานั่งเมโทรพอ 8 หยวนเอง (40บาท)
รถเมโทรตลอด3 วันประมาณ 225 บาท ถูกมาก

ค่าใช้จ่ายแบบไม่รวมตั๋วต่อคนประมาณ  6,565 บาท

………………………………………………………………………………………………………………………………….

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*