๐ ศ รี ลั ง ก า ๐  รวมที่เที่ยว 5 เมือง 11 สถานที่

ถ้าศรีลังกาจะสวยขนาดนี้ รู้งี้มาเที่ยวตั้งนานแล้ว…….

ศรีลังกามันนี่จัดเป็น First Impression ของผมเลยนะ คือตอนยังไม่มาก็ไม่อะไรหรอก ออกจะนอกสายตาด้วยซ้ำ
แต่พอได้มาเท่านั้นล่ะ…รู้เรื่อง เหมือนโดนมนต์สะกด โคตรดี คือใช้แค่ดีเอาไม่อยู่ ต้องดีมากกกก!!!

โดยส่วนตัวคือชอบมาก บอกเลยว่าไม่ได้สวยแค่ในรูปนะ สถานที่จริงก็สวยมากไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์มาก ทั้งป่าไม้และทะเล โบราณสถาน
วัดวาอาราม และความน่ารักของคนที่นี่คือมันครบทุกมิติการท่องเที่ยวเลยคุณ เป็นประเทศที่โคตรมีเสน่ห์เลย

ถึงขนาดที่ปี 2019 นี้ ศรีลังกาจะได้รับการยกย่องจาก Lonely Planet
ให้เป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับท็อปของเอเชียใต้เลยนะ!!!ทริปนี้ผมใช้เวลาเดินทาง 5 วัน กับ 5 เมืองและ 11 สถานที่ ด้วยงบหมื่นนิดๆ ก็เอาอยู่
(ไม่รวมตั๋วเครื่องบินนะ) อ่ะ ไปดูรายละเอียดเมืองต่างๆกัน

📍เมืองSigiriya เที่ยวที่ : Lion Rock, Minneriya National Park
📍เมืองKandy เที่ยวที่ : Geragama Tea Garden
📍 เมือง Galle เที่ยวที่ : หาด Mirissa, Koggala ,Coconut Swing,Galle de fort
📍 เมืองPinnawala เที่ยวที่ : The Elephant Orphanage Centre
📍 เมือง Colombo เที่ยวที่ : Gangamaya Temple ,Red Masjid, Ministry of Crab

#เตรียมตัวก่อนเดินทาง

1 แพลนการเดินทางก่อน เนื่องจากศรีลังกาเป็นประเทศที่ต้องขอวีซ่า เพราะฉะนั้นเราจะต้องกรอกข้อมูลตั๋วเครื่องบินและที่ที่เราจะพักในศรีลังกาด้วยตอนขอวีซ่า อ้อ…แล้วก็อย่าลืมเช็กสภาพอากาศช่วงที่เราแพลนจะเดินทางด้วยนะครับ เพราะถ้าไปแล้วเจอฝนหรือมรสุมนอกจากเที่ยวไม่ค่อยสนุกแล้วยังถ่ายรูปไม่สวยอีกต่างหาก
2. ทำวีซ่า แนะนำว่าทำแบบ E-Visa ไปเลย ขั้นตอนตามเว็บนี้นะครับ https://shipy-ship.com/2016/08/02/sri-lanka-online-visa/บอกทุกอย่างละเอียดยิบ ทำตามง่ายมาก ถ้าข้อมูลครบ ไม่เกิน 2 ชม. ได้วีซ่าเรียบร้อย ในราคาประมาณ 1,200 บาท แต่ต้องใช้บัตรเครดิตตัดเงินนะ
3. จองรถเที่ยว ทริปนี้ผมเที่ยววันละ1 เมือง แปลว่าจะใช้เวลาการเดินทางอยู่พอสมควร การเช่ารถขับรถเอง หรือไปรถสาธารณะของศรีลังกานั้นลืมไปได้เลย เพราะจะใช้เวลามาก ผมจึงเช่ารถพร้อมคนขับ อันนี้แนะนำนะครับสำหรับคนที่ต้องการความสะดวก และไม่แม่นเรื่องการดู Map ไม่มีใบขับขี่สากล การเช่ารถพร้อมคนขับสะดวกมาก และมีให้เลือกหลายบริษัท ราคาขึ้นอยู่กับแพลนของเราและระยะทาง ผมเช่ารถกับ Carway Lanka แล้วเที่ยวยาวตลอด 5 วัน ไปเที่ยว 5 เมืองค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับระยะทางครับ เราสามารถส่งแพลนคร่าวๆให้เค้าคิดราคาได้เลย แต่ไม่แพงครับ ยิ่งจำนวนคนไปเยอะยิ่งคุ้ม(เวลาจองรถทางบริษัทเช่ารถทั่วไปมักจะให้เราโอนเงินส่วนหนึ่งไปก่อน แต่ตรงนี้ถ้ายังไม่อยากจ่ายมัดจำล่วงหน้าก็สามารถต่อรองดูได้นะครับ)
4.เงินรูปีของศรีลังกาไม่มีแลกในไทย ต้องแลกเป็นเงินดอลลาร์ไปก่อนแล้วไปแลกเป็นเงินรูปีอีกที 1 บาทจะประมาณ 4.5 รูปีครับ หรือจะเอาเงินไทยไปแลกเป็นรูปีที่สนามบินโคลัมโบก็ได้นะ มีรับแลกอยู่ แต่ไม่เยอะ แลกเป็นเงินดอลลาร์ไปจะชัวร์สุด
5.ซิมโทรศัทพ์ จะซื้อจากเมืองไทย หรือไปซื้อที่โน่นก็ได้ ถ้าเช่ารถก็แนะนำให้ซื้อซิมของศรีลังกาจะดีกว่า เพราะเราจะต้องใช้โทรติดต่อกับคนขับหรือบริษัทเช่ารถ
6.ปริ้นท์เอกสารให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมพร้อมเดินทาง ได้แก่ วีซ่า ใบจองที่พัก ใบจองตั๋วเครื่องบิน เผื่อตม.ศรีลังกาจะขอตรวจ แต่ส่วนมากไม่ค่อยตรวจ ตรวจแค่วีซ่ากับ passport เท่านั้นล่ะครับ

#เราเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เค้าเปิดรูทใหม่จากกรุงเทพบินตรงถึง สนามบินบันนารายาเก ศรีลังกาแล้วนะ…ไม่ต้องต่อเครื่องให้ต้องลุ้นเสียเวลา
สะดวกมาก 3 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว โดยให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ครับ ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์ โดยเที่ยวบิน FD140 จะออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK) เวลา 20.20 น. ถึงท่าอากาศยานบันดารานายาเก (CMB) เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาเวลา 22.20 น. ส่วนเที่ยวบินขากลับ FD141 จะออกจากท่าอากาศยานโคลัมโบเวลา 23.20 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 04.25 น.ในวันถัดไป
เลยทำให้การไปเที่ยวศรีลังกาในทริปนี้ง่ายมาก และราคาประหยัดมากขึ้น ถึงไวตรงเวลา และสะดวกสบายกับที่นั่งและบริการ
ซึ่งเค้าเปิดรูทใหม่เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านนี้เองนะครับ รีบจองเร็ว จองก่อนได้เที่ยวก่อนในราคาไม่แพงด้วย

 

 

#About Srilanka

  • คนศรีลังกาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้นะครับ และคนที่นี่น่ารักมาก ใจดีสุดๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีมาก
    เวลาที่ศรีลังกาจะช้ากว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมงครึ่งนะครับ
  • คนส่วนใหญ่ในศรีลังกาเป็นชาวพุธนะครับ แต่ก็จะมีศาสนาอื่นรวมอยู่ด้วย รวมถึงศาสนสถานหลายๆแห่ง ก็มีทั้ง พุทธ มุสลิม ฮินดู คริสต์
  • เวลาไปร้านอาหาร ถ้าไม่มีช้อนมาให้ก็ขอเลยนะครับ เพราะคนศรีลังกาทานอาหารด้วยมือ
  • ร้านอาหารนั้นก็มีหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นร้านข้าวแกง ก็จะมีแกงหลากหลาย ซึ่งอันนี้ไม่ได้ลองชิมมาทั้งหมดนะ จะเลือกทานอันที่หน้าตาคล้ายๆอาหารบ้านเรา แต่อาหารฝรั่ง อาหารจีน อาหารทะเล เค้าก็มีนะครับ ถ้าไม่ใช่อาหารปกติของบ้านเค้าราคาก็จะสูงหน่อย 
  • ส่วนคนทานยาก มีทางเลือกแนะนำแบบนี้ครับ คือเตรียมพวกอาหารแห้งที่พกง่ายๆไปเอง แล้วสั่งแค่ข้าวเปล่า หรือสั่งพวก ข้าวผัด อันนี้จะค่อนข้างปลอดภัย รสชาติคล้ายบ้านเรา หลายๆร้านข้าวผัดอร่อยเลยแหละ 
  • เวลาสั่งน้ำ ให้สั่งน้ำแข็งด้วยทุกครั้ง เพราะไม่งั้นอาจจะมาแค่น้ำเย็น หรือน้ำที่ไม่ได้แช่เย็นเลย
  • ห้องน้ำที่ศรีลังกาโดยส่วนใหญ่ก็สะอาดใช้ได้อยู่นะ ยกเว้นโซนที่เป็นห้องน้ำสาธารณะมีคนใช้เยอะมากๆ เช่น ห้องน้ำแถวสถานีรถไฟ อันนี้ต้องทำใจหน่อย 
  • ที่พักที่นี่ส่วนใหญ่ราคาค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับขนาดห้อง Facilities และการบริการ ถือว่าโอเคมากเลย 
  • ร้านสะดวกซื้อมีแต่ไม่เยอะนะ ไม่หาได้ง่ายเหมือนบ้านเรา 
  • ไม่ควรเดินทางไปไกลตอนกลางคืน เพราะถนนค่อนข้างมืด มองทางลำบาก 
  • อากาศคล้ายเมืองไทย แต่ร้อนน้อยกว่า และบางเมืองก็จะเย็นกว่ามาก

ทริปนี้ค่าใช้จ่ายหมื่นนิดๆ เท่านั้นเอง!! (คิดแบบหาร 2 )
ค่าที่พักทั้งหมด 4 คืน 5 เมือง พร้อมอาหารเช้า รวม 5,200 บาท ตกคน 2,600บาท
Castle Rock Hotel เมือง Sigiriya 1,000บาท
Unawatuna MBR Resort เมือง Galle 1,300 บาท
The Hotel Elephant Park เมือง Pinnawala 1,800 บาท
CJ Villa เมือง Colombo 1,100 บาท

ค่าเช่ารถพร้อมคนขับ 9,000 บาท ตกคนละ 4,500 บาท (บอกก่อนนะครับว่าราคานี้รวมค่าน้ำมัน ค่าเช่ารถ และระยะทางในการเดินทางทั้งทริปของผมประมาณ 850 กว่ากิโลเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าเช่ารถพร้อมคนขับ แบบที่พาเราเที่ยวในที่ที่เราอยากไปแล้วถือว่าถูกมาก)

ค่ากิน 10 มื้อ 5 วัน รวม 4,000 บาทตกคนละ 2,000 บาท
ค่าชมสถานที่และอื่นๆ 2,000บาท ต่อคน
รวมค่าใช้จ่ายคนละ 11,100 บาท ต่อคน
ปล.สามารถประหยัดได้มากกว่านี้อีก จากการเลือกที่พัก ซึ่งมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น การเดินทาง ถ้าไม่ไปหลายเมืองก็ถูกลงอีกครับมากเลยล่ะ หรือใช้รถตุ๊กๆ รถไฟ หรือรถบัส ก็จะประหยัดได้มากขึ้น แต่การเดินทางด้วยรถสาธารณะจะใช้เวลามาก จะให้ดีชวนเพื่อนมาเยอะๆ ถ้ามา 4 คนขึ้นไป จะตกคนละแค่ 2000 กว่าบาทเท่านั้นเอง
ค่าอาหารเป็นราคาต่อหัวคำนวณโดยประมาณนะครับ สามารถประหยัดได้มากกว่านี้

#การเดินทาง 5 วัน 4 คืน กับ 5 เมือง

Sigiriya–>Kandy –> Galle –> Pinnawala –> Colombo

Day 1 เที่ยวเมือง Sigiriya ไปดู Lion Rock ภูเขาที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันดับที่8 และสวนสัตว์ Minneriya National Park พักที่ Rock Castle

Day 2 เที่ยวเมือง Kandy ไปดูไร่ชา Geragama Tea Garden ชิมชา และขึ้นรถไฟจาก Kandy มาสถานี Colombo และนั่งรถไปเมือง Galle พักที่ Unawatuna MBR Resort

Day 3 เที่ยวเมือง Galle ดูการตกปลาแบบโบราณที่ Koggala เที่ยวหาดทรายวิวสุดปังที่ Mirissa และเดินถ่ายรูปเล่นที่ Galle de fort เดินทางไปเมือง Pinnawala พักที่ The Hotel Elephant Park

Day 4 เที่ยวเมือง Pinnawala ไปดูช้างอาบน้ำที่ The Elephant Orphanage Centre เดินทางไป Colombo พักที่ CJ Villa

Day 5 เที่ยวเมือง Colombo ไปเที่ยววัด Gangamaya Temple และมัสยิดสีลูกกวาด Red Masjid เดินเที่ยวเล่นรอบเมืองดูวิถีชีวิตผู้คน และทานอาหารที่ Ministry of Crab เดินทางกลับเมืองไทย

#การเดินทางจากสนามบินไปเมืองโคลัมโบ
บางคนอาจจะกังวลว่า ถ้าเดินทางมาถึงสนามบินไฟลท์ดึก จะทำยังไงดี ที่ศรีลังกาจะมีรถต่อเข้าไปในตัวเมืองมั้ย ? บอกให้สบายใจเลยว่า ที่นี่จะมีรถโดยสารตลอดนะครับ อย่างถ้ามาด้วยสายการบิน#Air Asia บินตรงกรุงเทพ-ศรีลังการอบค่ำก็จะบินช่วง 20.20-22.20น. มาถึงที่ศรีลังกาก็ยังไม่ดึกมาก ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีรถออกจากสนามบิน ไม่ว่าจะเป็น แท็กซี่ อูเบอร์ รถเช่า มีให้เลือกเยอะไปหมด รวมถึงรถประจำทางด้วย ราคาก็จะแตกต่างกันไป
ถ้าเป็นรถรับจ้างหรือแท็กซี่ทั่วไป จากสนามบินไปโคลัมโบก็จะอยู่ที่ราวๆ 3,000 รูปีขึ้นไป คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 500-600 บาท
ถ้าเป็นอูเบอร์ ก็โหลดแอพจากเมืองไทยไปสามารถเรียกผ่านแอพได้เลย ราคาตามระยะทาง ซึ่งในระยะทางที่เท่ากัน อูเบอร์จะถูกกว่าราวๆ 1,000 รูปีหรือราวๆ 200-300 บาท
ถ้านั่งรถบัสสาย 187 Negombo-Colombo อันนี้จะถูกมาก 200 รูปี หรือประมาณ 50บาท แต่ก็จะใช้เวลาค่อนข้างนานและไม่สะดวกนักถ้าเรามีสัมภาระเยอะ
และถ้าใครติดต่อเช่ารถหรือจองรถพร้อมคนขับ ก็นัดให้เขามารับตั้งแต่ลงเครื่องได้เลยครับ สะดวกสุด

Day 1 เที่ยวเมือง Sigiriya
(Lion Rock —> Minneriya National Park)มาศรีลังกา ไม่ได้มา Lion Rock นี่ถือว่าพลาด แม้ระยะทางจากสนามบินโคลัมโบมาที่นี่จะเป็นระยะทางประมาณ145 กิโล และใช้เวลาเกือบ 4ชั่วโมง แต่บอกเลยครับว่า ตั้งใจมาสุดๆ เพราะ Lion Rock หรือ พระราชวังลอยฟ้านี่ติดอันดับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเลยนะครับ และเมือง Sigiriya นี้ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกด้วย ด้วยความโดดเด่นของพระราชวังและความสูงจากพื้นดิน 200 เมตร สร้างด้วยหิน เป็นรูปสิงโต ที่ตอนนี้จะคงเห็นได้ชัดแค่ในส่วนของเท้าเท่านั้น และที่สำคัญเค้าว่ากันว่าวิวระหว่างทางเดินขึ้น และวิวจากด้านบน สวยงามมาก เราจะเห็นเมืองได้โดยรอบเลยล่ะ นี่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราต้องมา

แต่ก่อนจะเข้าไปนั้น ที่นี่มีค่าเข้าอยู่ที่ 30 USD ต่อคนหรือประมาณ 1,000 บาท ราคาอาจจะแรงไปหน่อย แต่ถ้าเทียบกับความสวยงามของที่นี่แล้ว ก็คุ้มค่าที่จะมาสักครั้งในชีวิต ก่อนจะเดินขึ้นบันไดจำนวนเป็นพันขั้นนั้น อย่าลืม เตรียมน้ำเปล่าติดมือไปด้วยนะครับ เพราะบอกเลยว่า ระยะเวลาในการเดินขึ้นลง ไม่รวมแวะถ่ายรูปนั้น น่าจะราวๆชั่วโมงกว่าถ้าบวกเวลาถ่ายรูปไปอีกก็จะประมาณ 2-3 ชั่วโมงเลยนะ แล้วที่สำคัญข้างบนพระราชวังไม่มีอาหารหรือน้ำขายนะครับ มีแต่ถังขยะไว้ให้ทิ้งขยะเท่านั้นเอง
และอีกอย่างสำหรับสาวๆ ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น เพราะลมพัดแรง เกรงว่าอาจจะเอาไม่อยู่ แต่ถ้าเป็นกระโปรงยาวก็พอไหว แต่ก็จะรุงรังนิดหน่อยนะเวลาเดินขึ้น ซึ่งถ้าอยากได้รูปแบบอลังการก็จัดไป เพราะเอาจริงๆ บันไดลอยฟ้าของเค้าแข็งแรง ไม่ชันมาก ไม่ทำให้เราหวาดเสียวจนแข้งขาสั่นหรอก ลูกเล็กเด็กแดงบ้านเค้านี่เดินขึ้นลงกันพลิ้วทีเดียว แถมไม่มีทีท่าจะเหนื่อยแบบพวกเราด้วย 555
ภายในถ้ำจะมีภาพเขียนสีน้ำที่เรียกว่า เฟรสโก อยู่ภายในถ้ำด้วยนะครับ เสียดายที่เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ซึ่งภาพที่ว่านี่อยู่มาเป็นพันๆปีแล้วนะ แต่ว่าสีสันยังสดอยู่เลย…น่าทึ่งมาก

ที่นี่เปิดตั้งแต่ประมาณ 8 โมง มาเช้าๆ ก็จะร้อนน้อยหน่อย เดินสบาย และคนก็จะยังไม่เยอะมาก จะถ่ายรูปได้สะดวกเลยครับ ในภาพนี่แค่ทางเข้านะครับ วิวยังอลังการขนาดนี้ ถ่ายรูปวนไปครับ กว่าจะขึ้นไปถึงใช้เวลาไปกับการถ่ายรูปนี่แหละ 555

พิกัด https://goo.gl/maps/wLU7FcVJ6AT2

ระยะทาง 200 เมตรในการเดินขึ้นมา อาจจะทำเราเหนื่อยหอบนิดหน่อย แต่พอขึ้นมาถึงข้างบนแล้วนี่คือโคตรสวย ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ คือสวยมาก เห็นวิวเมืองแบบ 360 องศา จริงๆสวยตั้งแต่ทางขึ้นบันไดแล้ว ระหว่างทางก็สวย เป็นภูเขา เป็นพระราชวัง ที่แบบว่าอลังการมาก แค่ที่เดียวเนี่ยถ่ายรูปได้เป็นพันภาพ เพราะมันสวยทุกจุด เวลาเดินขึ้นลงจริงๆ ประมาณชั่วโมงครึ่ง แต่อยู่ที่นี่เกือบ 4 ชั่วโมง เพราะแวะถ่ายรูปตลอดทางนี่แหละ

นั่งรถจี๊ปลุย Minneriya National Park
ลงจาก Lion Rock ก็จัดมาเต็มอีกหนึ่งที่เที่ยวในเมือง Sigiriya และมุมถ่ายรูปเจ๋งๆ ที่นี่ มันเฟี้ยวตั้งแต่เราได้นั่งรถจี๊ปเที่ยวแล้วล่ะ นึกว่าต้องไปแถวแอฟริกาถึงจะได้นั่งรถจี๊ปซะอีก 555 ที่นี่ก็จะเป็นฟีลเหมือนเที่ยวซาฟารีผสมเที่ยวอุทยาน คือจะมีสัตว์หลายชนิดให้ดู พวกช้าง ควาย นก อะไรประมาณนี้ แต่เราก็ต้องลุ้นหน่อยๆ ว่าเราจะเจอกับสัตว์ชนิดไหนบ้าง เพราะเค้าอยู่กันตามธรรมชาติ ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่เลี้ยงหรือดูแลให้อาหาร มันก็จะตื่นเต้นไปอีกแบบว่าเราจะเจออะไรบ้าง รอบที่ผมไปนี่เรานั่งรถจี๊ปแล้วก็เห็นช้างกับนกเยอะสุดๆ มันก็ได้ฟีลสนุกๆ ลุยๆ ถ่ายรูปเท่ๆ ไปอีกแบบ ซึ่งเราต้องเสียค่าเข้าและค่ารถจี๊ปด้วยนะครับ แต่ก็คุ้มนะ มาหลายคนก็หารค่ารถกันได้เลยสบายๆ
ค่ารถจี๊ป คันละ 26 USD หรือประมาณ 850 บาท ส่วนค่าเข้าชมคนละ 18 USD หรือประมาณเกือบๆ 600 บาท
พิกัด https://goo.gl/maps/5ZTuyuMQyET2

นั่งรถจี๊ปมันก็จะได้ฟีลแอดเวนเจอร์หน่อยๆ เพราะอุทยานเค้าก็เหมือนป่าเลย แต่จะไม่ค่อยรก รถวิ่งได้สะดวก แต่ความสมบูรณ์ดีมาก เขียวชะอุ่มไปทุกจุด เวลารถผ่านช้างหรือฝูงสัตว์ก็ต้องอยู่ห่างออกมาประมาณนี้ เนื่องจากเป็นอุทยาน และไม่ใช่ช้างที่เลี้ยงนะครับ เค้าก็จะอยู่กันตามธรรมชาติ เราก็นั่งรถชมไปแบบอยู่ห่างๆออกไปหน่อย

เที่ยว 2 พิกัดนี้ใช้เวลาและพลังไปทั้งวันเลยครับ เพราะแต่ละที่ค่อนข้างกว้าง และเราใช้เวลาในการเที่ยวชม เดินเล่นถ่ายรูปอยู่ค่อนข้างนาน เพราะสถานที่สวย และธรรมชาตินี่ยังสมบูรณ์อยู่มากๆ เลย ซึ่งที่เมือง Sigiriya นี้ เราพักที่ Castle Rock Hotel นะครับ ที่พักสวย ราคาดี บริการดี ห้องกว้างเชียว อยู่ใกล้กับ Lion Rock ใครจะมาเที่ยวเมืองนี้แนะนำครับ

Day 2 ขึ้นรถไฟไป Kandy

เวลามาเที่ยวนี่ผมชอบตื่นเช้าๆนะครับ เพราะเราจะมีเวลาเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกหน่อย และวันที่ 2 นี้เรามีแพลนจะไปขึ้นรถไฟ.... และก่อนที่เราจะนั่งรถไฟจากเมือง Kandy ไป Colombo นั้น ก็ขอแวะชมเมือง Kandy ก่อน ซึ่ง Kandy เป็นอีกเมืองที่มีที่เที่ยวเยอะ และมีวิวสวยด้วยเช่นกัน เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องไร่ชาครับ แม้จะไม่ใช่แหล่งใหญ่สุด แต่ก็มีเยอะ ผมแวะเที่ยวไร่ชาที่ Geragama Tea Garden จะดูการเก็บชาแบบศรีลังกาซะหน่อย เพราะศรีลังกาขึ้นชื่อมากเรื่องชาซีลอน ซึ่งคุณน้าคุณป้าที่นี่แกก็น่ารักนะครับ โชว์ให้เราดูเลยว่าเด็ดชาเค้าต้องเด็ดอย่างไร ก็จะต่างจากบ้านเรานิดนึง เพราะบ้านเราเหมือนจะค่อยๆเก็บ แต่ที่นี่คุณป้าเด็ดอย่างไว 555 และก็ให้เราลองเด็ดดูด้วย พร้อมกับเอาชุดเก็บชาให้ลองใส่ด้วย แล้วก็เข้าเฟรมมาถ่ายรูปเล่นกับพวกเราด้วย มันก็จะได้บรรยากาศไร่ชาเขียวๆ แบบแฮปปี้ๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทั้งนี้เราจะให้ทิปเป็นการขอบคุณคุณป้าด้วยก็ได้นะครับ ซึ่งจำนวนก็แล้วแต่เราจะให้เลย

พิกัด https://goo.gl/maps/unhSWcH6WYp

เราสามารถเดินเล่นไร่ชาได้ และขอลองเก็บชาได้ด้วยนะครับ จริงๆยังไม่ทันได้ขอหรอก คุณป้าเค้าก็ชวนเราเก็บอยู่แล้ว โดยเค้าจะเด็ดให้เราดูและให้เราลองทำตาม ก็สนุกดีครับ เก็บกันอย่างไว แป๊บเดียวเต็มถุง 55

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำอย่างยิ่งเมื่อมาเที่ยวศรีลังกาคือ การขึ้นรถไฟเที่ยว พอเที่ยวไร่ชาเสร็จก็ต้องทำเวลาหน่อย รีบไปสถานีรถไฟ เพื่อขึ้นรถไฟจากเมือง Kandy ไป Colombo เมืองหลวงของศรีลังกา แต่เราจะยังไม่ได้เที่ยวโคลัมโบหรอกนะ เราจะต่อรถจากเมืองโคลัมโบไปที่เมืองทางใต้คือ Galle ก่อนแล้วค่อยกลับมาโคลัมโบอีกทีวันสุดท้าย คนศรีลังกาเค้านิยมขึ้นรถไฟนะครับ เพราะราคาถูก มีให้เลือก 3 ชั้น แถมเต็มไวมาก และเค้าไม่ขายแบบออนไลน์นะ ต้องมาซื้อที่สถานีเท่านั้น ซึ่งค่าโดยสาร จาก Kandy ไป Colombo ราคา 300 รูปี หรือประมาณ 60 บาท ถูกมาก นั่งไปตั้งไกล

บรรยากาศบนรถไฟศรีลังกานั้นแน่นใช้ได้ บ้านเราที่ว่าแน่นๆนั้นแพ้ไปเลย 555 เพราะอย่างที่บอกคนที่นี่เค้านิยมโดยสารด้วยรถไฟครับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็เยอะ เพราะวิวสองข้างทางของรถไฟนั้น มันสวย ธรรมชาติ สดชื่น สบายตาดีครับ ส่วนความแน่นบนรถไฟก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ อาจจะด้วยเพราะรอยยิ้ม และความน่ารักของคนศรีลังกา มันก็ทำให้ได้อีกบรรยากาศที่เป็นวิถีชีวิตของเค้าจริงๆ
นั่งรถไฟกันยาวเลย 3 ชั่วโมงได้แต่ก็เป็น 3 ชั่วโมงที่ชิลล์ๆนะครับ อาจจะเพราะวิวสองข้างทางที่ไม่คุ้นเคย ทำให้มีอะไรตื่นตาตื่นใจตลอด บอกแล้วว่าเป็นทริปที่ไปหลายเมืองจากColombo ก็จะไปเมือง Galleละครับ ก็จะใช้เวลาอีกประมาณ 2ชั่วโมงครึ่ง กับระยะทาง 106 กิโลเมตร เพื่อไปค้างและเที่ยวเมืองGalle ในวันรุ่งขึ้น

Day 3 เที่ยวทะเลที่เมือง Galle
(Marissa —> Koggala —>Unawatuna—> Galle de fort)วันที่ 3 นี่ก็จะตื่นมากับความสดชื่นหน่อย เพราะที่พักเราติดทะเล โดยส่วนตัวชอบเมือง Galle ที่สุด อันดับแรกเลยนะ น้ำทะเลที่นี่ยังใสมาก ธรรมชาติมาก สิ่งก่อสร้างและขยะยังน้อย แค่ยืนริมทะเลเราก็เห็นทั้งปูทั้งปลาแล้ว เมืองนี้ยังเต็มไปด้วย อาคารบ้านเรือนสไตล์ดัตช์สวยๆ โบสถ์แบบคริสต์ ป้อมปราการโบราณ และประภาคาร มุมถ่ายรูปสุดฮิป ไม่แปลกใจเลยที่เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น เมืองมรดกโลก (World Heritage Site) จากองค์กรยูเนสโก (UNESCO) เมืองนี้เราเที่ยวกันถึง 4 จุด เพราะแต่ละจุดไม่ไกลกัน ห่างกันประมาณ 20 นาทีเอง

หาด Marissa กับมุมต้นมะพร้าวสุดฮิปในIG
หาด Koggalaไปดูวิถีการตกปลาแบบดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า Stilt Fishing
หาด Unawatuna ไปเล่น CoConut Swing
และเดินเที่ยวชมอาคารบ้านเรือนสไตล์ดัตช์ Galle de Fort

#หาดMirissa นอกจากทะเลศรีลังกาจะสวยแล้ว ต้องขอถ่ายกับมุมต้นมะพร้าวสุดฮิปในIG ซะหน่อย ตรงนี้จะอยู่ในส่วนที่ติดกับโรงแรม Mirissa seastar นะครับ สามารถเดินไปถ่ายรูปเล่นได้ มุมนี้สวยงาม ติดชายหาด จะเลือกวิวเห็นต้นมะพร้าว หรือเห็นชายหาดด้วยก็สวย ก็จะมีคนมานั่งเล่น ชมวิว และมาถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ

พิกัด https://goo.gl/maps/94rJY4EB1ST2

จุดต่อไปที่เราแวะคือ #หาดKoggalaไปดูวิถีการตกปลาแบบดั้งเดิมกัน หรือที่เรียกว่า Stilt Fishing ต้องบอกก่อนว่าการตกปลาแบบนี้ค่อนข้างหายากแล้ว แต่เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไม่ให้สูญหายไปและเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เค้าจึงยังคงเหลือไว้แค่การถ่ายภาพให้เหมือนว่ากำลังตกปลาอยู่ ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถไปนั่งตกปลาแบบเค้าได้ เพื่อถ่ายรูปโดยราคานั้นถ้าเราขอถ่ายรูปอย่างเดียวจะอยู่ที่ 2,000รูปี (400-500บาท) แต่ถ้าถ่ายรูปด้วย ไปนั่งตกปลาแบบเค้าด้วยราคาจะอยู่ที่ 5,000 รูปี (1,000บาท)

พิกัด https://goo.gl/maps/Zppo5hU51Vn

#หาด Unawatuna
ไปเล่น CoConut Swing ความสนุกริมหาดเริ่มขึ้นแล้ว แนะนำให้มาลองเล่นดูนะครับ ตอนปีนขึ้นไปอาจจะเสียวๆนิดนึง แต่พอโหนลงมาแล้วนี่โคตรสนุก ตื่นเต้นมาก เล่นได้หลายรอบ แล้วแต่เราเลย ในราคา 500 รูปี หรือประมาณ 100-150 บาท แต่เอาจริงๆ นะเล่นสามรอบก็หอบแล้วนะ เหมือนจะไม่เหนื่อย แต่จริงๆเอาเรื่องเลยล่ะ 555

พิกัด https://goo.gl/maps/AXR6jEJstC12

อีกหนึ่งจุดที่ต้องแวะถ้ามาที่เมือง Galle นั่นคือเดินเที่ยวชมอาคารบ้านเรือนสไตล์ดัตช์ เดินตรงนี้เหมือนเปลี่ยนอารมณ์ เพราะพื้นที่ตรงจุดนี้จะเป็นสไตล์ดัตช์หมดเลย ทั้งอาคาร บ้านเรือน โบถส์ และจุดที่คนนิยมถ่ายรูปก็ได้แก่ ป้อมปราการเมืองกอลล์ (Galle Fort) Dutch Reformed Church โบถส์หลังคาสีส้ม
จุดชมวิวประภาคารกอลล์ (Galle Lighthouse)

พิกัด https://goo.gl/maps/EXJyByhNwKA2

มาเดินเล่นย่านนี้จะรู้เลยว่าคึกคักมากเป็นพิเศษ เป็นจุดรวมนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติเลยครับ และมีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเล่นได้เยอะมาก ของขายก็เยอะ ร้านกาแฟ ที่พัก เยอะมาก น่ารักๆทั้งนั้นเลย เห็นแล้วอยากอยู่เมืองนี้ต่ออีกหลายๆวัน แต่รอบนี้ต้องแข่งกับเวลาหน่อย วาร์ปไปเมืองต่อไปกันดีกว่าPinnawala ใช้เวลาเดินทางจาก Galle ประมาณ 200 กิโลเมตร หรือเกือบๆ4 ชั่วโมง

Day 4
ดูช้างอาบน้ำที่ The Elephant Orphanage Centre เมือง Pinnawala ถ้าถามว่ามาเมือง Pinnawala มาเที่ยวอะไรดี ก็ต้องบอกว่าที่นี่จะเด่นเรื่องของช้างครับ ช้างที่นี่เยอะมาก เราจะได้ดูการอาบน้ำช้าง การเลี้ยงช้าง และเพื่อความสะดวกผมแนะนำให้พักที่ The Hotel Elephant ไปเลย เพราะนอกจากที่พักจะดีแล้ว เรายังสามารถดูการอาบน้ำช้างได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชมอีกด้วย ซึ่งการอาบน้ำจะมี2 รอบคือ 10.00และ 14.00น.โดยในระหว่างที่เค้าพาช้างมาอาบน้ำนั้น เราก็สามารถถ่ายรูป ยืนดูอยู่ในบริเวณที่เค้าจัดไว้ให้ได้นะครับ แต่ถ้าอยากสัมผัสใกล้ชิดแบบลูบตัว อาบน้ำให้น้องหรือถ่ายรูปแบบใกล้ชิดแล้วล่ะก็ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คือ 750 รูปี หรือประมาณเกือบๆ 200 บาท ก็จะได้เข้าไปถ่ายรูป สัมผัสน้องช้างแบบใกล้ๆเลยล่ะ

ถ้าถามว่าช้างพวกนี้มาจากไหน ทำไมถึงเยอะจัง
ก็ต้องบอกว่า ช้างพวกนี้เป็นช้างที่ถูกแม่ช้างทอดทิ้ง หรือหลงอยู่ในป่า จะถูกนำมาเลี้ยงรวมกันที่นี่ เราก็เลยจะเห็นน้องช้างเยอะมาก หมุนเวียนกันมาเล่นน้ำ และเวลาลงมาอาบน้ำ จะดูเป็นกลุ่มใหญ่มาก บวกกับวิวแม่น้ำที่สวยงามของศรีลังกาแล้ว ภาพที่อยู่ตรงหน้าคือดีงามเลยทีเดียว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆมาศรีลังกา ถึงชอบมาถ่ายกับช้าง และช้างเค้าก็ขี้เล่นน่ารักด้วยนะครับ

พิกัด https://goo.gl/maps/itmJSJ4LCt62

น้องช้างเค้าเชื่องมาก น่ารักด้วย นอนเล่นหรือนอนหลับไม่แน่ใจให้เราอาบน้ำสัมผัสเค้าได้แบบเต็มที่เลย 555
ดูช้างเสร็จเช็กเอาท์จากโรงแรมเรียบร้อย เราจะมุ่งหน้าสู่เมือง Colomboกันล่ะ และเราจะใช้เวลาท่องเมืองหลวงศรีลังกาเป็นการปิดท้ายก่อนกลับเมืองไทย

Day 5 เที่ยวเมือง Colombo

จากPinnawala สู่ Colombo ก็เดินทางเกือบ 100 กิโลใช้เวลาราวๆ 3 ชั่วโมงครับแล้วเข้าพักที่ CJ villa เพื่อพรุ่งนี้จะได้เที่ยวโคลัมโบได้เต็มวัน และต้องตื่นเช้าอีกเช่นเคย จะได้เที่ยวได้หลายๆที่ เพราะด้วยความที่เป็นเมืองหลวง รถก็จะติดพอสมควร ยิ่งเป็นย่านที่มีของขายเยอะๆ หรือตามพวกสถานีรถไฟด้วยแล้ว ก็แน่นไม่แพ้บ้านเราเลยนะ แต่ในความวุ่นวายก็มีความเรียบง่าย สวยงามซ่อนอยู่ และ 3 สถานที่ใน Colombo ที่บอกเลยว่าถ้ามาเมืองนี้ต้องแวะ

#Gangamaya Temple วัดคงคาราม
#Red Masjid หรือ Jami Ul-Alfar Mosque มัสยิดสีลูกกวาด
#Ministry of Crab ร้านอาหารขึ้นชื่อของโคลัมโ

Red Masjid หรือ Jami Ul-Alfar Mosque
หลายคนเรียกที่นี่ว่า มัสยิดสีลูกกวาด เพราะว่าสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ บริเวณภายนอกตกแต่งด้วยลวดลายสีแดงสลับสีขาว ดูคล้ายลูกกวาด เป็นมัสยิดที่สวยงามขึ้นชื่อ เป็นแลนด์มาร์คของเมือง Colombo เลยก็ว่าได้ ใครมาเที่ยวก็ต้องแวะมาที่นี่ เพราะสวยงามและมีมุมถ่ายรูปเยอะมาก อีกทั้งสถานที่ยังค่อนข้างกว้างอีกด้วย เนื่องจากที่นี่มัสยิดของคนที่นับถือศาสนาอิสลาม ก็ค่อนข้าง ดูเพิ่มเติม

Gangamaya Temple
ทันทีที่ก้าวเข้ามา สิ่งที่รู้สึกคือ ความสงบ คนศรีลังกานี่เวลามาวัดเค้าดูอยู่ในความสำรวม สงบ และเรียบร้อย จะลูกเล็กเด็กแดงตัวเล็กตัวน้อย ล้วนแต่ยืนไหว้พระพุทธรูปกันอย่างสงบ และสิ่งสำคัญเลยนะครับ เวลาเข้าวัดที่ศรีลังกา คือการถอดรองเท้า และถุงเท้า และคนมาวัดโดยส่วนมากจะสวมชุดขาว แต่งตัวเรียบร้อย แต่เค้าก็ไม่ได้เคร่งมากเรื่องสีชุด เอาเป็นว่าแต่งให้ดูเรียบร้อยในฐานะนักท่องเที่ยว ก็เข้าใจได้ล่ะ
Gangamaya Temple หรือ”วัดคงคาราม”เป็นวัดของนิกายสยามวงศ์ ที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนพระพุทธศาสนาแห่งแรกของศรีลังกา ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย และก็มีจุดเด่นที่ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นรูปปั้นสามมิติมีความงดงามมาก นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุที่สวยงาม เก็บรักษาไว้อยู่มากมายเลย พอสักการะกราบไหว้พระพุทธรูปแล้วก็เดินเล่นสำรวจทั่ววัดล่ะครับ ทางเข้าเหมือนจะไม่กว้าง แต่พอเดินสำรวจที่นี่ก็กว้างเหมือนกันแฮะ แถมมีมุมสวยๆ ปังๆไว้ถ่ายรูปอยู่หลายมุมครับ ศิลปะ สถาปัตยกรรมของวัดนี้ก็เป็นแบบผสมผสานระหว่าง ศรีลังกา อินเดีย ไทย จีน เดินๆดูก็จะมีพระพุทธรูปของบ้านเรา รูปในหลวงรัชกาลที่9 และ 10 ของเราอยู่ที่วัดแห่งนี้ด้วย แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีของบ้านเรากับศรีลังกานั่นเอง
พิกัด https://goo.gl/maps/D3kzhEyJ6952

Ministry of Crab

ปิดท้ายก่อนเดินทางกลับบ้านเราแบบสวยๆนิดนึง ด้วยอาหารสุดอร่อยที่ ร้านอาหารสุดฮิตในโคลัมโบ Ministry of Crab คนเยอะมาก ต้องรอคิวเลยทีเดียว ถ้าพูดถึงอาหาร นับจากที่กินมาหลายมื้อ ร้านนี้ละมั้งที่ผมรู้สึกว่ารสชาติเป็นอาหารบ้านเราที่สุด 555 ที่นี่เป็นร้านอาหารทะเลนะ ทั้งกุ้งหอยปูปลา คือสดมาก ผมเดินดูระหว่างรออาหาร แล้วก็เหมือนว่าจะเป็นร้านยอดฮิตของนักท่องเที่ยวด้วย เพราะทั้งไทย จีน ฝรั่ง และคนศรีลังกา มารวมตัวกันอยู่ที่นี่แหละ เมนูแนะนำ มาที่นี่ต้องสั่งปูผัดกระเทียมครับ เมนูขึ้นชื่อของเค้าเลย เฮ้ยคืออร่อยจริงๆ ซัดเกลี้ยงจาน ไม่เหลือแม้แต่กระเทียม เค้าจะเสิร์ฟพร้อมขนมปังกระเทียมครับ ขนมปังก็อร่อยมาก ราคาก็พอสมควรแก่รสชาตินะครับ ถือว่าดีเลย แต่ร้านจะเปิดตั้งแค่ 17.00น.เป็นต้นไปนะครับไม่เปิดตอนกลางวัน มาเที่ยวเมือง Colombo ก็แวะมาลองนะ

พิกัด https://goo.gl/maps/NnqvAZnj57w

แพลนเที่ยววันนี้ก็ได้ครบถ้วนตามที่ตั้งใจเลย ตั้งแต่เช้ายันเย็น ปเที่ยวเล่นใน Colombo ดีที่ Air Asia เค้ามีไฟลท์บินตรงตั้งแต่ 20.20-22.20น.ทำให้เราไม่ต้องรีบมากและสามารถเที่ยวเล่นอยู่ได้เต็มวันแบบนี้ ใครสนใจจะมาเที่ยว Colombo ผมมีบรรยากาศของเมืองนี้มาอีกเต็มๆ ในโพสต์หน้านะครับ ฝากติดตามด้วย

ศรีลังกา See you Again

#ทริปนี้ผมเดินทางทั้งหมด 5 วัน 4 คืน 5 เมือง 11 สถานที่ เป็นสถิติในการเดินทางข้ามเมืองที่เยอะสุดของผมเลยนะเนี่ย 555 รวมระยะทางประมาณ 850 กิโลเมตร ถามว่าเหนื่อยมั้ย..เหนื่อยนะ แต่โคตรมัน โคตรดี โคตรคุ้ม และโคตรติดใจ การเดินทางไกลมันทำให้เราเห็นโลกกว้าง เห็นผู้คน และได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจริงๆ ยิ่งประเทศศรีลังกาด้วยแล้วมาแล้วก็เซอร์ไพรส์ ดีกว่าที่คิดไว้เยอะ บอกเลยว่าผมจะกลับมาอีกเพราะ

– ผมหลงรักผู้คนที่นี่ ผู้คนที่นี่คือน่ารักมาก เป็นมิตร ยิ้มแย้ม ช่วยเหลือ เค้าไนซ์กับนักท่องเที่ยวมากๆนะครับ และวิถีชีวิตผู้คนของบ้านเมืองเค้า ก็เรียบร้อย ไม่วุ่นวาย ทั้งๆที่มีหลายศาสนาอยู่รวมกัน แต่ทุกอย่างก็ผสมผสานกลมกลืนลงตัวดี
– ผมชอบธรรมชาติของที่นี่ มันยังอุดมสมบูรณ์มากๆ คือมันสมบูรณ์ขนาดที่ ผมสามารถเห็นนกยูงสวยๆ เดินเล่นอยู่ข้างทาง หลายตัว ซึ่งถ้าบ้านเราอาจจะหาดูได้จากตามสวนสัตว์หรือที่ที่เค้าเลี้ยงเท่านั้น นี่แค่ส่วนหนึ่งนะ ทะเลเอย ภูเขาเอย ป่าไม้ คือมันยังใส ยังสวย ยังเขียวสดมาก มันเป็นธรรมชาติที่ยังสดอยู่มากจริงๆ
– ที่ชอบอีกอย่างคืออากาศไม่ร้อนทั้งที่มีแดดนะ แต่แดดเค้าอาจจะไม่แรงเหมือนบ้านเรา และบางเมืองก็เย็นไปเลย มันทำให้เราเดินทางสบายครับแต่บ้านเค้าก็มีพายุมีมรสุมนะ อย่าลืมเช็กช่วงเวลาเช็กอากาศก่อนเลือกวันเดินทางด้วยนะครับ
– ใครที่ชอบผ้าพันคอ สาหรี มาซื้อที่นี่ราคาถูกนะ ชาซีลอนด้วย เป็นของขึ้นชื่อของที่นี่เลย แต่โดยรวมๆค่าครองชีพที่นี่ก็ไม่แพงนะครับพอกับบ้านเรา บางอย่างถูกกว่าด้วย โดยเฉพาะค่ารถ

สิ่งที่เสียดายอย่างเดียวคือ มีเวลาเที่ยวแต่ละเมืองน้อยเกินไปหน่อย 555เพราะจริงๆแต่ละเมืองของศรีลังกานั้นที่เที่ยวเค้าเยอะ แล้วก็สวยงาม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าผมต้องกลับมาอีก มาเที่ยวแต่ละเมืองให้ทั่วๆ อยากให้ลองมาดูครับ แล้วคุณจะหลงรักศรีลังกา

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*