ตะลุยธรรมชาติ…พาเที่ยวแม่สอด 2 วัน 1 คืน

เมื่อพูดถึง “แม่สอด” จังหวัดตาก นึกถึงอะไรกันบ้างครับ?
สำหรับผมนึกถึงธรรมชาติ ความสวยงาม ความสงบ และผู้คนที่น่ารัก ซึ่งจังหวัดตากมีครบหมด
ตากเป็นอำเภอใหญ่ติดชายแดน ก็จะมีความคึกคักด้านการค้ากับพม่า เพราะที่ตั้งของจุดผ่านแดนถาวรเชื่อมเมืองเมียวดี
รัฐกะเหรี่ยง กับบรรยากาศและวิถีชีวิตของผู้คนเหมือนบินข้ามแดนไปเที่ยวพม่าอย่างไรอย่างนั้น
แต่ความดีงามของแม่สอดที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อนคือธรรมชาติที่สวยงาม เพราะที่นี่อัดแน่นไปด้วยภูเขาและแหล่งธรรมชาติมากมาย
รวมถึงวัดวาอาราม และวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างคนสองฝั่งแดน โดยในครั้งนี้เราจะใช้เวลา 2 วัน 1 คืน กับการไปตะลุยธรรมชาติที่แม่สอดกัน

เราเริ่มต้นทริปครั้งนี้ด้วยการซื้อตั๋วเครื่องบินไป – กลับ กรุงเทพฯ – แม่สอด กับ Traveloka เพราะว่าได้ราคาดี แถมยังสะดวกรวดเร็ว
ไม่มีบวกค่าธรรมเนียมเพิ่ม

                                                                  เช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปแม่สอดกับ Traveloka คลิกที่นี่

 

การเดินทางท่องเที่ยวในอำเภอแม่สอดทำได้หลายวิธี ทั้งการนั่งรถสองแถว นั่งรถประจำทาง แต่ด้วยเวลาจำกัด
ตัวเลือกที่ตอบโจทย์เราคือการเช่ารถยนต์รายวันจากที่สนามบินแม่สอด ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป
ขึ้นกับขนาดและกำลังของเครื่องยนต์ที่เราต้องการครับ ซึ่งการเช่ารถก็จะทำให้เราสะดวกในการที่จะขับไปในที่ที่เราต้องการได้แบบสบายๆ

 

กราบสักการะสิ่งศักดิ์ สัมผัสศิลปะไทย – พม่าที่วัดไทยวัฒนาราม

จัดการเรื่องรถกันเรียบร้อยก็ใส่เกียร์มุ่งหน้าสู่จุดหมายแรกของทริปกัน นั่นก็คือ “วัดไทยวัฒนาราม”
เดิมชื่อวัดแม่ตาวเงี้ยวหรือวัดไทยใหญ่ ตั้งอยู่ในตำบลท่าสายลวด ไม่ไกลจากสนามบิน เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคล
วัดไทยวัฒนารามนับเป็นวัดที่ได้รับอิทธิพลความงดงามจากศิลปะแบบพม่า
มีวิหารสีทองที่มีการแกะสลักลวดลายสีทองลงบนพื้นผนังสีแดงสุดโดดเด่น
นอกจากนี้ยังมีวิหารพระมหามุนี ภายในประดิษฐานพระมหามุนี จำลองมาจากองค์จริง
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองในมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า และยังมีพระเจดีย์โกนาวิน
เจดีย์เก้ายอดทรงมอญสีทองอร่าม รูปปั้นหงส์คู่สีทองสวยหมดจด และเทพทันใจให้เราได้กราบไหว้ด้วย

  • การเดินทาง : 12 ทางหลวงสายเอเชียหมายเลข 1  ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก 63110 โดยจากสนามบินแม่สอด ขับรถไปตามถนนหมายเลข 12 ประมาณ 2 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางขวา
  • เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 00 – 18.00 น.
  • ค่าเข้าชม : ฟรี

พิสูจน์ความอร่อยจนต้องบอกต่อที่ร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านดิน

ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.facebook.com/KwyteiywBanDin

หลังจากไหว้พระขอพรและเพลิดเพลินกับสถาปัตยกรรมกลิ่นอายพม่าที่วัดไทยวัฒนารามกันแล้ว
ก็แวะไปเติมพลังและความอร่อยกันที่ร้านอาหาร “ก๋วยเตี๋ยวบ้านดิน” ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 15 ปี
ว่ากันว่าชื่อเสียงเรียงนามไม่ต้องเอ่ยให้มากเพราะความอร่อยจนหลายคนบอกต่อกันและมีคนดังมาเยือนบ่อยๆ นั่นเอง
เมนูมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ลวกรสแซ่บ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นเนื้อนุ่มละลายในปาก น้ำซุปเข้มข้นหอมกลิ่นเครื่องเทศ
และก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเคล้ากากหมูทอดใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีเมนูตามสั่งรสชาติดีให้เลือกทานด้วย

  • การเดินทาง : จากวัดไทยวัฒนาราม ขับรถไปตามถนนหมายเลข 12 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 105 ร้านอยู่ทางขวา
  • เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 00-17.00 น.

 

หนีความวุ่นวายให้ภูเขาโอบกอดที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช

                                                                                     (ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.facebook.com/kabakyai)

หลังจากอิ่มหนำกับก๋วยเตี๋ยวหลากแบบหลายเมนูก็ถึงเวลาเดินทางกันต่อ เรามุ่งหน้าสู่ “อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช”
ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของห้วยสำคัญๆ ที่ไหลไปยังฝั่งอำเภอแม่สอดและอำเภอเมืองตากให้ภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนทำหน้าที่โอบกอดเรา
ให้เราได้หลีกหนีจากความวุ่นวายมาเดินเข้าป่ารับไอเย็นสดชื่นปลอบเราให้หายเครียดจากการทำงาน
ยิ่งมาเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะได้เสพบรรยากาศแนวป่าสนเขาคลุ้งไอหมอกขาว
และความเขียวสดชุ่มตาของมอสที่เกาะตามต้นไม้ ภายในอุทยานฯ มีบริการจุดกางเต็นท์
รวมถึงร้านกาแฟที่จุดชมวิวดอยมูเซอร์ให้ได้จิบกาแฟร้อนๆ พร้อมดื่มวิวตระการตาในคราวเดียว

  • การเดินทาง : จากร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านดิน ขับรถไปตามถนนหมายเลข 12 ประมาณ 1 ชั่วโมง 16 นาที มีป้ายบอกตลอดทาง
  • เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 00 – 17.00 น.
  • ค่าเข้าชม : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

 

ผ่อนคลายกายใจที่น้ำพุร้อนแม่กาษา

หลังจากกอบโกยความสดชื่นจากอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราชกันแล้วก็ไปลุยกันต่อที่ “แม่กาษา” เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ภูเขา เพราะมีน้ำพุร้อนให้เราได้แช่ผ่อนคลายกันด้วย น้ำพุร้อนขนาดเล็กของที่นี่ผุดขึ้นมาจากดิน ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส ไหลออกมาเป็นธารน้ำร้อนผสมน้ำเย็นเหนือผิวดิน เป็นธารน้ำอุ่นกรุ่นกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ ให้เราได้แช่เท้าในบ่อน้ำแร่กัน นอกจากนี้ยังมีบริการห้องอาบน้ำแร่ด้วย ขณะที่พื้นที่โดยรอบมีก็ดูดี มีสวนหย่อมให้พักผ่อนหย่อนใจ เรียกได้ว่ามาเติมเต็มความฟินกันได้ง่ายๆ ไม่ต้องไปแช่ออนเซ็นไกลถึงญี่ปุ่น

  • การเดินทาง : จากอุทยานตากสินมหาราช ขับรถไปตามถนนหมายเลข 12 กลับมาทางอำเภอเมืองแม่สอด แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงชนบทหมายเลข 4016 ไปยังน้ำพุร้อนแม่กาษาได้เลย
  • เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 00 – 17.00 น.
  • ค่าบริการ : บริการแช่เท้าฟรี ส่วนบริการห้องอาบน้ำแร่ ห้องละ 300 บาท

 

ชาร์จพลังที่เมยมณี รีสอร์ท

                                                                          (ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.moeimaneeresort.com/index.php)

หลังจากผ่อนคลายที่กับการแช่น้ำร้อนที่แม่กาษาแล้ว ก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนกันต่อยังที่พักแม่สอด
คืนนี้เราสะพายกระเป๋าเป้เช็คอินกันที่ “เมยมณี รีสอร์ท” ที่พักแม่สอดเล็กๆ สไตล์โคโลเนียลแห่งเดียวในอำเภอ
อาคารสีขาวสองชั้นสวยสะอาดตา ตกแต่งแบบสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 5
ภายในล็อบบี้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีน้ำเงินสดตัดกับสีขาวของพื้นผนังอย่างลงตัว
ส่วนห้องพักมีหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ภายในห้องตกแต่งอย่างเรียบง่าย
นอกจากนี้ภายในรีสอร์ทยังมี “บ้านผ้าไทย” ซึ่งคัดสรรผ้าไทยอย่างดีจากหลายที่ในประเทศให้เราได้เลือกชมเลือกซื้อกัน

  • การเดินทาง : จากน้ำพุร้อนแม่กาษาขับรถไปตามถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 4016 ไปยังตำบลแม่ปะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็จะถึงที่พัก
  • ราคาเริ่มต้น : 9xx บาท
  • จองที่พักเมยมณี รีสอร์ท กับ Traveloka คลิกที่นี่

 

ช็อปอัญมณีราคาจับต้องได้ที่ตลาดริมเมย

เริ่มต้นการท่องเที่ยววันที่ 2 ของทริป เราขับรถจากเมยมณี รีสอร์ท เพื่อเดินทางสู่ “ตลาดริมเมย”
ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด่านพรมแดนแม่สอดซึ่งเป็นจุดรวมแม่น้ำที่ถูกเรียกว่า “สุดประจิมริมเมย”
โดยตลาดริมเมยเป็นย่านตลาดอัญมณีต่างๆ ทั้งหยก ทับทิม พลอยสีจากพม่า ทั้งที่แปรรูปและยังไม่ผ่านการแปรรูป
รวมไปถึงหินสีสวยงามและหินแกะสลักหลากดีไซน์ในราคาจับต้องได้ ไม่แพงเกินไปจนกระเทือนกระเป๋าสตางค์
นอกจากสินค้าพวกพลอยและหยกแล้ว ยังมีร้านขายอาหาร ขนมของกินเล่น อย่างพวกถั่วพิตาชิโอ ของเล่น งานไม้
และที่ขาดไม่ได้คือแป้งทานาคา เคล็ดลับความสวยใสของสาวพม่านั่นเอง

  • การเดินทาง : จากเมยมณี รีสอร์ท ขับรถไปตามทางหลวงหมายชนบท หมายเลข 105 กลับเข้าอำเภอเมืองแม่สอด ขับตรงไปเรื่อยๆ ตลาดจะอยู่ทางซ้าย
  • เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 30 – 17.00 น.

 

นั่งเล่นรับลมสุดชิลที่น้ำตกธารารักษ์

                                                         (ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.facebook.com/รีวิวแม่สอด-625680074205179)

ช้อปปิ้งซื้อพลอยและหยกที่ตลาดริมเมยเป็นของฝากให้ตัวเองและคนที่รักกันแล้ว
ก็ไปสัมผัสความงดงามทางธรรมชาติของอำเภอแม่สอดกันต่อที่ “น้ำตกธารารักษ์”
น้ำตกขนาดเล็กที่ไหลลู่จากหน้าผาหินปูนชันตั้งฉาก 90 องศา มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า น้ำตกเจดีย์โค๊ะ
เพราะความพิเศษอยู่ตรงที่มีมหาเจดีย์ธารารักษ์อยู่ข้างๆ ตัวน้ำตก และกลางเนินน้ำตกยังเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปปางสมาธิอีกด้วย
น้ำตกธารารักษ์มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเบื้องล่างขนาดใหญ่ มีลมเย็นโชยผ่านตลอด
เหมาะกับมานั่งรับลมชิลๆ ทอดสายตาไปยังพื้นที่โล่งกว้างอย่างไม่ต้องรีบร้อน

  • การเดินทาง : จากตลาดริมเมยขับรถไปตามถนนหมายเลข 12 แล้วเลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ถนนหมายเลข 1090 มีป้ายบอกทางไปน้ำตกตลอดทาง
  • เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 24 ชั่วโมง
  • ค่าเข้าชม : ฟรี

 

เสพวิวดื่มด่ำกาแฟที่ แม่สอดวิว 360 คอฟฟี่ ผับ แอนด์ เรสเตอรองท์

                                                                                     (ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.facebook.com/maesotview360)

ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ แวะดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ของอำเภอแม่สอดกันสักนิดที่ “แม่สอดวิว 360 คอฟฟี่ ผับ แอนด์ เรสเตอรองท์”
บรรยากาศเลิศสุดที่เราสามารถเทควิวแบบพาโนรามาในแม่สอด เครื่องดื่มรสชาติดีราคาไม่แพง
มีเมนูเบเกอรี่ให้เลือกมากมาย ทั้งพวกโทสต์ บลูเบอรี่ชีสพาย และเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม เมนูหลังนี่นุ่มละมุนลิ้นมากจริงๆ
นอกจากเมนูทานเล่นแล้ว ยังมีเมนูสำหรับทานเป็นมื้อหนักๆ ด้วย อย่างพวกอิตาเลียนพิซซ่า และพวกเมนูสุขภาพที่ทานแล้วไม่รู้สึกผิดอีกด้วย
เป็นการเติมพลังส่งท้ายทริปก่อนจะเดินทางกลับในวันนี้

  • การเดินทาง : จากน้ำตกธารารักษ์ ขับรถไปตามถนนหมายเลข 1090 เรื่อยๆ ร้านจะอยู่ทางขวา
  • เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 00 – 22.00 น.

และนี่ก็คือแพลนท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืนในอำเภอแม่สอด จุดหมายที่เปรียบเหมือนอัญมณีซุกซ่อนอยู่ในไทย
ที่พร้อมให้เพื่อนๆ ได้ค้นหา นำพาความประทับใจเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต
หากใครสนใจท่องเที่ยวตามเส้นทางนี้ก็จัดไปตามแพลนเราได้เลย เพราะเรื่องเที่ยวนี่…เราไม่มีคำว่าสงวนลิขสิทธิ์อยู่แล้ว
อีกเรื่องที่สำคัญ เราขอแนะนำให้เพื่อนๆ จองตั๋วเครื่องบิน และที่พักแม่สอดกับ Traveloka ได้เลย
เพราะ Traveloka มีโปรโมชั่นเด็ดๆ ราคาเบาๆ และจ่ายตามราคาเท่าที่เห็นในหน้าแรก

                                                                      จองที่พักแม่สอดกับ Traveloka คลิกที่นี่

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*