ณ ห ล ว ง พ ร ะ บ า ง

ณ ห ล ว ง พ ร ะ บ า ง
เสพศิลป์อัพโปรไฟล์สไตล์อาร์ต ณ หลวงพระบาง

#ถ้าการเที่ยวเมืองนอกที่ใช้เงินระดับปานกลางงบประมาณไม่ถึงหมื่น…สำหรับผมลิสต์ต้นๆนั้นก็คือ………… “หลวงพระบาง”
#เมืองที่น่ารักและชวนให้หลงรักแบบหัวปักหัวปำ

หลวงพระบางเป็นเมืองที่อาร์ตมาก และมีความยูนีกสูงมาก…
สำหรับใครที่หลงรักวิถีสโลว์ไลฟ์ปนศิลป์…อากาศดีๆ ชอบเดินชิลๆ ถ่ายรูปวิวเก๋ๆ สะสมโปสการ์ดเท่ๆแล้วละก็…
จงมาเถอะครับ ))

และที่นี่ผู้คนก็อัธยาศัยดี ส่งยิ้ม ทักทายให้กันตลอดเวลา
สิ่งเหล่านี้ทำให้หลวงพระบางเป็นเมืองที่น่าเที่ยว น่าอยู่ และอาร์ตมากสำหรับผม

ใครที่มีแพลนจะมาเที่ยว ก็ลองดูแพลนที่ผมไปนี่ได้เลยนะครับ เวลากำลังดี 3 วัน 2 คืน แนะนำที่เที่ยวที่พักพร้อม เที่ยวตามได้เลยครับ

3 Nagas M Gallery by Sofitel
บายศรีสู่ขวัญ
ตักบาตรข้าวเหนียว ณ หลวงพระบาง
น้ำตกตาดกวางสี ณ หลวงพระบาง
สัมผัสวิถีชีวิต ณ ฟาร์มควาย Laos Buffalo Dairy
ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก ณ แม่น้ำโขง
วัดเชียงทอง ณ หลวงพระบาง
ณ สะพานไม้ไผ่
เดินเล่นเมืองหลวงพระบาง

 

เข้าที่พักกันก่อนเลย

ไม่ผิดหวังเลยที่พัก…สวยมาก กลมกลืนไปกับบรรยากาศของหลวงพระบาง นับตั้งแต่รถโบราณสีแดงที่เป็นซิกเนเจอร์ของ 3 nagas ใครมาก็ต้องถ่ายรูป
มีสวนเขียวให้นั่งเล่น เดินเล่น ซึมซับบรรยากาศของหลวงพระบาง มีสระว่ายน้ำ มีสปา ส่วนห้องพักนั้นก็สวยมาก ความสะดวกสบายครบ แทบไม่อยากจะออกไปไหนแระ 555 แต่ไม่ได้มาทั้งทีต้องเที่ยวให้คุ้ม

ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่งครับ พักที่นี่ก็ช่วยให้เราเที่ยวได้เยอะ ประหยัดเวลา เพราะเล่นอยู่ใกล้ที่เที่ยวสำคัญๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ตลาดเช้า ตลาดเย็น วัดต่างๆ พระธาตุพูสี  ร้านกาแฟ ฯลฯ

เซอร์วิสดี๊ดี นับตั้งแต่ การบริการโดยทั่วไป และบริการเสริม ที่เราจะขอความช่วยเหลือ เช่น ถ้าอยากตักบาตรข้าวเหนียว ก็บอกทางโรงแรมตั้งแต่ตอนเข้าพักเลยครับ เขาก็จะเตรียมไว้ให้ หรืออยากเข้าร่วมพิธีบายศรี ก็แจ้งทางโรงแรมได้อีกเช่นกัน ก็จะมีรถไปส่งให้ด้วยครับ แต่พิธีนี้ไม่ได้มีทุกวันนะครับ ต้องลองเช็กกับทางโรงแรมดู หรือการล่องเรือในแม่น้ำโขงชมธรรมชาติ ก็จองผ่านทางโรงแรมได้อีกเช่นกัน แทบจะเบ็ดเสร็จหมดแล้วนะเนี่ย อ้อ ทางโรงแรมมีจักรยานไว้ให้ยืมฟรีด้วยนะครับ

3 Nagas M Gallery by Sofitel
พิกัด https://www.3-nagas.com/location/
จองที่พัก www.3nagas.com

นี่ไงบรรยากาศสวนเขียองโรงแรม ร่มรื่น ให้ความรู้สึกพื้นเมือง

บันไดของโรงแรม สวยมั้ยล่ะ

นี่เป็นบรรยากาศของห้องพักครับ เตียงแบบสี่เสา มีมุ้งด้วย พื้นเป็นพื้นไม้ มีระเบียงให้นั่งชมวิถีชีวิตของผู้คนด้วยนะ

มีอ่างอาบน้ำให้แช่ตัวสบายๆด้วยล่ะ

นี่ไงมีระเบียงเหมือนชานบ้านในสมัยก่อนเลย นอนเอกเขนกได้สบายๆเลยล่ะ เข้ากับวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์จริงๆ

เข้าที่พักแล้ว ขอเข้าไปทำพิธีบายศรีสู่ขวัญหน่อยนะครับ เค้าจัดที่โรงแรมโซฟิเทลครับ

ความอบอุ่นน่ารักของคนหลวงพระบาง
ถ้ามาหลวงพระบาง แล้วมีโอกาส ก็ไม่อยากให้พลาดพิธีนี้นะครับ
รอบนี้โชคดีมากที่มาแล้วตรงกับช่วงวันที่มีพิธีนี้พอดี
พิธีนี้มีไว้เพื่อรับขวัญ ผูกไมตรี และเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อสถานที่และคนที่มาเที่ยว
โดยส่วนตัวผมว่าเป็นพิธีที่น่ารักมาก
ได้เจอกับผู้ใหญ่มาอวยพรผูกสายสิญจน์ข้อมือ ยินดีที่เราเดินทางมาเที่ยวที่หลวงพระบาง
แม้ไม่รู้จักกัน แต่ความจริงใจ คำอวยพรที่ได้นั้น ทำให้รู้สึกอุ่นใจเหมือนได้พรจากญาติผู้ใหญ่
เป็นความอบอุ่นและความน่ารักของเมืองหลวงพระบางครับ

ปล. ใครที่พักที่ 3 Nagas M Gallery by Sofitel สามารถบอกทางโรงแรมได้เลยครับว่าต้องการเข้าร่วมพิธีบายศรี ถ้าไปช่วงวันที่จัดพิธีพอดี ทางโรงแรมก็จะมีรถมาส่งให้ครับ

ไม่รู้ว่าฝรั่งเค้าเข้าใจพิธีแบบนี้ไหมนะ แต่รู้แต่ว่า เค้าแฮปปี้ และรู้สึกดีๆแน่นอนครับ

ทำพิธีบายศรีอิ่มอกอิ่มใจแล้วก็มาเดินเล่น ดูบรรยากาศเมืองหลวงพระบางซะหน่อยครับ จริงๆเดินเอาก็ได้นะ เมืองเล็กๆ เดินสบาย
หรือถ้าไม่ถนัดเดินขี่จักรยานเอาก็ได้ ถนนบ้านเค้าขี่ง่าย รถไม่วิ่งเร็วแบบบ้านเรา ความปลอดภัยสูง 555

ใครชอบเขียนโปสการ์ดจัดเลย มีหลายร้าน
และที่หลวงพระบางนี่คาเฟ่อย่างเยอะเลยนะครับ
เลือกนั่งกันไม่ถูกเลย แต่ละร้านก็สวยๆทั้งนั้น
มีร้านขายของ ร้านอาหาร เต็มสองข้างทาง
ผสมไปกับสถานที่สำคัญอย่างวัด พิพิธภัณฑ์
ใครอยากซื้อของฝาก พวกโปสการ์ด เครื่องเงิน หรือผ้าไหม
ลองแวะเลือกได้ครับ มีหลายร้านเลย
ตกเย็นก็มีตลาดให้เดินนะครับ แนะนำเลย
ถ้าอยากช็อปของดีราคาไม่แพง ก็ลองเดินเลือกดู
มีของกินของใช้ขายเยอะเลย ราคาก็ต่อรองได้
แถมบรรยากาศยามค่ำคืนของหลวงพระบางก็สวยไปอีกแบบ
เป็นสีสันที่สว่างขึ้นมาท่ามกลางความสงบของเมือง
เป็นเสน่ห์ของพระหลวงบางจริงๆครับ

สะพานไม้ไผ่
ห่างจากวัดเชียงทองมาไม่ไกลครับ
เราก็จะเจอทางลงที่จะข้ามสะพานไม้ไผ่ไปเพื่อชมวิวของแม่น้ำคาน
หรือจำง่ายๆว่าจะอยู่ใกล้กับร้าน view point café
แต่ถ้าใครนั่งทานร้านนี้ก็เดินจากร้านได้เลยนะครับ
ก่อนจะขึ้นสะพานก็มีเก็บค่าผ่านทางนิดหน่อย 20 บาทเท่านั้น
พอเดินขึ้นมาสะพานจะเอี๊ยดอ๊าดนิดๆ พอให้หวั่นไหวเล่น 555
แต่สะพานเค้าแข็งแรงอยู่ครับไม่ต้องกลัว
ที่นี่ก็ชมวิวและเลือกมุมถ่ายรูปได้ตามสะดวก

จริงๆวัดที่หลวงพระบางนี่สวยๆ ทั้งนั้นนะครับ แต่วัดนี้ผมจะชอบเป็นพิเศษ
เพราะผมว่าที่นี่มีหลายๆ อย่างรวมกัน
ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก แต่วัดก็ยังคงงดงามและให้รู้สึกสงบเมื่อเข้าไป
ท่ามกลางศิลปะ ความงดงาม ดูแล้วทรงพลัง
ก็แอบมีมุมน่ารักๆ เป็นจุดที่ใครๆก็ชอบไปถ่ายรูป
แถมพอถ่ายออกมา ไม่ว่าใครก็ดูน่ารักไปกับหน้าต่างวัดซะด้วย
ต้องชมว่าผู้คนที่นี่ให้ความเคารพกับสถานที่ทางศาสนาดีมากนะครับ
การแต่งกายก็เรียบร้อย ไม่มีใครส่งเสียงดัง
ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมหลวงพระบางถึงได้เป็นเมืองมรดกโลก

ตรงนี้ไงมุมยอดฮิต ใครมาก็ต้องถ่ายตรงนี้

บรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบของวัดเชียงทองทำให้ถ่ายภาพดูสวยงามขึ้นมาอย่างไม่ต้องแต่งอะไรมากเลย

เป็นน้ำตกที่สวยมากที่สุดของหลวงพระบาง น้ำใสไหลเย็น เห็นน้องปลาว่ายเต็มไปหมด
ที่พีคคือน้ำเป็นสีฟ้าสวยมากใสมาก เล่นได้ทุกชั้น ไม่ต้องกลัวจมเพราะไม่ลึกมากครับ
ลืมบอกว่าที่นี่มีทั้งหมด 4 ชั้น และทีนี่เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่มีความสูง 75 เมตรตรงทางเข้าจะมีศูนย์อนุรักษ์หมี
มีน้องหมีน่ารักๆ ให้เราดูเพลินๆก่อนเดินมาถึงน้ำตก
ที่นี่เก็บค่าเข้าชมนิดหน่อยครับ 20,000กีบ หรือประมาณ 80 บาท
แต่เข้ามาดูมาเล่นน้ำเถอะโคตรคุ้มค่า สวยมากจริงๆ
อ้อ..เที่ยวแล้วช่วยกันดูแลอนุรักษ์ทุกที่ที่เราไปเที่ยวด้วยน้า

ที่นี่จะให้ความรู้สึกแบบเป็นฟาร์มเมอร์หน่อยๆ 555
เพราะมาแล้วสามารถให้อาหาร สัมผัส กับสัตว์ที่เลี้ยงที่นี่ได้
ไม่ว่าจะเป็นความ หมู กระต่าย
โดยเฉพาะ ควาย เพราะที่นี่เป็นฟาร์มควาย
เป็นที่ที่เราสามารถสัมผัสน้องควายแบบใกล้ชิดได้ ไม่ว่าจะเป็นการป้อนอาหาร อาบน้ำ รีดนมควาย
แต่ต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่นะครับ
ซึ่งน้องๆเค้าก็น่ารักครับ ตัวใหญ่ แต่ใจดี ถ่ายรูปเล่นกับเราง่ายๆเลย 55

ต้องบอกว่าจริงๆที่นี่เป็นฟาร์มควายที่เป็นแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ที่มาจากควายเช่น  ชีส โยเกิร์ต นม ไอศกรีม
และที่นี่ยังขายอาหารด้วยนะครับ ผมก็เลยจัดมื้อกลางวันที่นี่เลย
ได้ชิมอาหารที่เค้าผลิตจากที่นี่โดยตรง… ผักสดมาก ชีส ไอครีม เข้มข้นมาก
ถ้าใครชอบอาหารแนวนี้ควรมาลอง และมาสัมผัสชีวิตแบฟาร์มเมอร์ที่นี่ดูครับ

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.30 น.

 

มาหลวงพระบางทั้งที เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ต้องทำให้ได้ครับ
ถามว่าต่างจากใส่บาตรบ้านเรามั้ย??
บอกเลยว่าคล้ายกันโดยภาพรวม แต่ต่างกันในดีเทล
เพราะการใส่บาตรที่นี่คือการใส่บาตรข้าวเหนียวครับ
ไม่ได้มีข้าวสวย หรือกับข้าว ขนม แบบบ้านเรา
ตอนเช้าจะมีพระเดินมาบิณฑบาตประมาณ 300 รูป
ข้าวเหนียวที่เราปั้นใส่บาตรนั้นจะปั้นไซส์ไหนก็แล้วแต่ความถนัดนะครับ
ถ้าตั้งใจจะใส่หลายรูปก็ปั้นก้อนเล็กหน่อยก็ได้
แต่ที่สำคัญคือต้องตื่นเช้าหน่อยนะครับ 6 โมงนี่ท่านก็มารับบาตรกันแล้ว
และเราก็ต้องปั้นข้าวไวหน่อยนะครับ เพราะพระท่านจะเดินมาเรียงต่อๆกันเลย
ใส่บาตรเสร็จในเวลาอันรวดเร็วมาก

ปล. ใครที่พักที่ 3 Nagas M Gallery by Sofitel สามารถบอกทางโรงแรมได้เลยครับว่าต้องการใส่บาตรข้าวเหนียว ทางโรงแรมจะเตรียมกระติ๊บข้าวเหนียวยักษ์ไว้ให้ ปั้นดีๆ กระติ๊บเดียวใส่บาตรได้เป็นร้อยรูปเลยครับ และสามารถใส่บาตรจากทางด้านหน้าของโรงแรมได้เลย

นี่ไงๆข้าวเหนียวที่ทางโรงแรมเตรียมให้ อัดเเน่นๆมาเลยในกระติ๊บใหญ่ยักษ์


อีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปหลวงพระบางรอบนี้เลยครับเลยครับ
คือการได้ชมพระอาทิตย์ตกดินบนเรือที่ล่องไปตามแม่น้ำโขง
เราใช้เวลาล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมงไปกลับ
เหมือนจะนานแต่เอาเข้าจริงๆไม่นานเลย
เพราะตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามของหลวงพระบาง
ท่ามกลางพระอาทิตย์ที่ค่อยๆลับฟ้า
ลมเย็นๆ และเบาะนุ่มๆ บนเรือ
แทบจะอยากหยุดเวลาเอาไว้จริงๆ คือมันชิลด์มาก
และที่ชอบอีกอย่างคือ เค้ามีของว่างเสิร์ฟอยู่ตลอดนะครับ
เอาจริงๆนะ ลงเรือแล้วก็ไม่ต้องกินข้าวเย็นก็ได้อ่ะ
เพราะอิ่มกับของว่างที่มาเสิร์ฟอยู่ตลอดนี่แหละ
และคนที่ชอบถ่ายรูปบอกเลยว่า วิวบนเรือและธรรมชาติแบบนี้
มันดีมากจริงๆ

Mekong Kingdoms ราคาคนละประมาณ 1,200 บาท
จองได้ที่ www.mekongkingdoms.com หรือถ้าพักที่ 3 Nagas M Gallery by Sofitel ก็จองกับทางโรงแรมได้เลยครับ เพราะมาจากโรงแรมจะใกล้มากเพียง 15 นาทีก็ถึงท่าเรือแล้ว

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*